น่าน สะปัน บ่อเกลือ ปัว 4 วัน

กำหนดการเดินทาง

วันแรก        จุดนัดพบ – ปั้มน้ำมัน ปตท. วิภาวดีขาออก ตรงข้ามมหาลัยหอการค้าไทย – จังหวัดน่าน

19.30          พร้อมกันที่ ปั้มน้ำมัน ปตท. วิภาวดีขาออก ตรงข้ามมหาลัยหอการค้าไทย ไกด์นำเที่ยวคอยให้การต้อนรับแก่ท่าน

20.00          ออกเดินทางสู่ จังหวัดน่าน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง)


วันที่สอง    เฮืองฮังต่อ – วัดศรีพันต้น – วัดมิ่งเมือง – วัดพระธาตุช้างค้ำ – วัดภูมินทร์ – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน – โบราณสถานวัดน้อย – ซุ้มลีลาวดี – วัดพระธาตุแช่แห้ง – วัดพระธาตุเขาน้อย – ถนนคนเดินน่าน

เช้า              บริการอาหารเช้าแบบท้องถิ่น .. โจ๊ก/ข้าวต้ม/ต้มเลือดหมู เป็นต้น

นำท่านเช็คอินจิบชากาแฟที่ เฮือนฮังต่อ กาแฟน่าน ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่รวมเอากาแฟจากแหล่งปลูกต่างๆของจังหวัดน่านมาไว้ที่นี่ เป็นร้านที่มีขนาดใหญ่บรรยากาศดี มีมุมให้ถ่ายรูป,มุมให้นั่งชิลๆเยอะ ให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศสบายๆ ร่มรื่น

นำท่านเดินทางสู่ วัดศรีพันตัน แห่งราชวงศ์ภูคา โดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน เป็นผู้สร้าง ซึ่งชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น วิหารของวัดศรีพันอ้น มีความสวยงามเป็นสง่าด้วยสีทองเหลืองอร่าม และเป็นอีกวัดที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม พญานาคเจ็ดเศียรตั้งเด่นเป็นสง่าเฝ้าบันได หน้าวิหาร และภายในวิหารช่างชาวน่าน ได้เขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน มันเป็นภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

นำท่านเดินทางสู่ วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ ต่อมาเจ้าครองนครน่านสถาปนาวัดใหม่ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527 ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็น แบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน โดยตกแต่งลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูล

ช่างเชียงแสน มีความวิจิตร งดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นโดยพญาภูเข่ง เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน อายุมากกว่า 600 ปี ประกอบด้วยวิหารขนาดใหญ่ ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย ภายในวัดยังประดิษฐานเจดีย์ช้างค้ำ ทรงลังกา สูงตระหง่านมีรูปปั้นรูปช้างครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ ลักษณะเหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก เป็นศิลปะที่น่านรับผ่านอาณาจักรสุโขทัย มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

นำท่านเดินทางสู่ วัดภูมินทร์ เดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน ความงามของ พระอุโบสถจตุรมุข เป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวนาค พระอุโบสถจตุรมุขนี้กรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของ ประเทศไทยพระอุโบสถ ตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฏางค์ ชนกันประทับ นั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผู้ที่ไปชมความงามของ พระอุโบสถนี้ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศใด จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน  ภายในจะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดัง "ปู่ม่านย่าม่าน หรือ หนุ่มกระซิบ" ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรท้องถิ่นเชื้อสายไทลื้อ เป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบอยู่ และเป็นภาพที่รู้จักกันในชื่อ "กระซิบรักบันลือโลก" และเป็นที่นิยมกันในหมู่นักท่องเที่ยวที่ต้องมาถ่ายรูปกับภาพจิตรกรรมฝาผนังนี้

นำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่านใกล้กับวัดภูมินทร์ เป็นอาคารแบบยุโรปซึ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่าน เดิมเป็น หอคำ ซึ่งเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน เคยใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบนจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน สิ่งของในพิพิธภัณฑ์ชิ้นที่สำคัญ ได้แก่ งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน สมบัติของเจ้าผู้ครองนครเมืองน่านรักษาสืบต่อกันมาหลายชั่วคน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมืองเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5

นำท่านชม โบราณสถานวัดน้อย หรือ วัดน้อย เป็นวัดขนาดเล็กที่สุดในจังหวัดน่าน ตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ใต้ต้นโพธิ์ มีตำนานเล่าขานกันมาว่า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ได้กราบบังคมทูลถึงจำนวนวัดในเมืองน่านต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แต่ปรากฏว่านับจำนวนเกินไป 1 วัด ด้วยความซื่อสัตย์จึงได้สร้างวัดน้อยแห่งนี้ โดยให้ช่างพื้นเมืองน่านก่อสร้างวัดตรงโคนต้นโพธิ์หน้าหอคำหรือวังที่พระองค์ประทับเพื่อให้ครบตามจำนวน คนที่มาสักการะมักจะขอเรื่องความซื่อสัตย์

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ภายในคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน (หอคำ) ที่มีต้นลีลาวดีขึ้นเป็นแถวเรียงราย แผ่ขยายกิ่งก้าน โค้งเข้าหากันเป็นอุโมงค์

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน

นำท่านเดินทางสู่ พระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง พระธาตุประจำปีเกิด ปีเถาะ (ปีนักษัตรกระต่าย) เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจาก กรุงสุโขทัย (กระดูกข้อมือข้างซ้าย) มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท

เย็น             อิสระอาหารค่ำ เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ถนนคนเดินเมืองน่าน หรือ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านเปิดทุกวันศุกร์-อาทิตย์  ตั้งแต่ 17.00 – 22.00 น. ตั้งอยู่บนบนถนนผากอง ระหว่างลานข่วงเมือง หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปถึงสามแยกถนนจัทรประโชติ ให้ท่านเลือกซื้ออาหารมากมาย มีทั้งอาหารพื้นเมือง ผักผลไม้ หรือเสื้อผ้าพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึกแฮนด์เมดต่างๆจากจังหวัดน่านของได้จากที่นี่ ในราคาย่อมเยา อิสระให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย

ที่พัก           ชมนา รีสอร์ท / ลีลาวดี รีสอร์ท หรือเทียบเท่า


วันที่สาม    เดอะวิว@กิ่วม่วง – ถนนหมายเลข 3 – บอเกลือวินเธาว์ – บ้านสะปัน – จุดชมวิวดอยภูคา 1715 – วัดภูเก็ต – โกโก้ วอลเล่ย์ คาเฟ่

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำท่านเดินทางสู่ เดอะวิว@กิ่วม่วงเป็นคาเฟ่บนเชิงเขา ให้ท่านได้สัมผัสกับวิวของธรรมชาติของเมืองน่านแบบสุดลูกหูลูกตา พร้อมนั่งจิบเครื่องดื่มชิล ๆ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาสัย

นำท่านเดินทางสู่ อำเภอปัว โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 1256 ที่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เรียกกันว่า ถนนลอยฟ้าซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสงบ พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มอิ่มตลอดทั้งเส้นทาง อีกทั้งยังมีภูเขาและต้นไม้ปกคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งเห็นได้จากภาพมุมสูง

                   นำท่านถ่ายรูป ถนนหมายเลข 3 หรือถนนลอยฟ้า ปัว-บ่อเกลือ-สันติสุข เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สวยงาม และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ระหว่างการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

นำท่านเดินทางถึง บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ เกลือภูเขาที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก เดิมมีชื่อเรียกว่า เมืองบ่อ” หมายถึง เมืองที่มีบ่อเกลือสินเธาว์อยู่ในพื้นที่ เป็นบ่อเกลือที่มีอายุกว่า 800 ปี ท่านจะได้สัมผัสวิถีชาวบ้าน ที่ประกอบอาชีพผลิตเกลือภูเขาแบบโบราณ ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือได้ เช่น ดอกเกลือ เกลือแกง เกลือสปา ยาสีฟันเกลือ เป็นต้น

 (หมายเหตุ : งดสาธิตวิธีทำเกลือในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ไม่สามารถตากเกลือได้)

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน

นำท่านสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่ บ้านสะปัน ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน  ห่างจากบ่อเกลือภูเขาประมาณ  9 กิโลเมตร  เป็นชุมชนเล็กๆ แสนสงบ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขา มีลำธารไหลผ่าน และในช่วงหน้าฝนฤดูทำนา ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของนาข้าวเขียวขจีได้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากแวะมาเที่ยวบ่อเกลือภูเขาขับรถเลยไปอีกเพียงไม่กี่นาทีก็จะถึงหมู่บ้านสะปัน เหมาะสำหรับมาพักผ่อน ปล่อยชีวิตให้เดินไปอย่างช้า ๆ

จากนั้นนำท่านชม จุดชมวิวดอยภูคา 1715จุดแวะพักชมวิวที่สูงห่างจากระดับน้ำทะเล 1715 เมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ โดยมีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 8 กิโลเมตร เส้นทาง ปัว – บ่อเกลือ มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อน

นำท่านเดินทางสู่ วัดภูเก็ต หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย วัดภูเก็ตเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงามมีลานชมวิวที่สามารถมองได้กว้างถึง 180 องศา สามารถเห็นวิวทุ่งนาแล้วมีเทือกเขาอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ด้านล่างมีแม่น้ำไหลผ่าน ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทาน สามารถให้อาหารจากลานข้างบน ผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้

นำท่านเช็คอิน โกโก้ วอลเล่ คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่มีความพิเศษตรงนี้ ทางร้านปลูกโกโก้เอง มีเมนูให้ลองทานหลากหลายเมนูโกโก้ สายโกโก้ห้ามพลาด นอกจากนี้คาเฟ่ยังมีจุดถ่ายรูปมากมายให้ได้เซลฟี่เช็คอินชิคๆอีกด้วย และถือเป็นคาเฟ่ชื่อดังของปัวเลยทีเดียว

เย็น             บริการอาหารค่ำ

ที่พัก           ฮัก ปัว โฮเทล หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่         ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ – วัดศรีมงคล (วัดก๋ง) – จังหวัดแพร่ – พระธาตุช่อแฮ – กรุงเทพฯ

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ เป็นโฮมสเตย์ ร้านอาหารที่โด่งดังในอำเภอปัว โดยเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ก็คือ พิซ่าเห็ด นอกจากจะมีอาหารและที่พักแล้ว ยังมีจุดในท่านได้นั้งชมวิวสุดลูกหูลูกตา ดึ่มด่ำกับบรรยากาศสโลไลฟ์  

นำท่านเข้าสู่ วัดศรีมงคล (วัดก๋ง) เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395  พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่านโดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ มีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน

                   หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย อดีตนครรัฐอิสระขนาดเล็ก มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบระหว่างภูเขา โดยมีทิวเขาล้อมรอบ และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำยม

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน

นำท่านสักการะ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 11 ถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ บนเนื้อที่ 175 ไร่ บุคคลใดที่มาเที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง จนมีคำกล่าวว่า ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล) พระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุ1 ใน12 ราศี คือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดสำหรับคนที่เกิดปีเสือ (ปีขาล) หากนำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้ การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม 3 จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ 5 จบ พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี

22.30          เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ... พร้อมความประทับใจ(เป็นเวลาโดยประมาณเท่านั้น)

 

** ขอขอบพระคุณที่เลือกใช้บริการ **

 

อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

ราคาทัวร์ผู้ใหญ่/เด็ก

ห้อง 2-3 ท่าน

พักเดี่ยวเพิ่ม

06 – 09 พฤษภาคม 2564

6,599

2,000

13 – 16 พฤษภาคม 2564

6,599

2,000

20 – 23 พฤษภาคม 2564

6,599

2,000

27 – 30 พฤษภาคม 2564

6,599

2,000

03 – 06 มิถุนายน 2564

6,599

2,000

10 – 13 มิถุนายน 2564

6,599

2,000

17 – 20 มิถุนายน 2564

6,599

2,000

24 – 27 มิถุนายน 2564

6,599

2,000

01 – 04 กรกฎาคม 2564

6,599

2,000

08 – 11 กรกฎาคม 2564

6,599

2,000

15 – 18 กรกฎาคม 2564

6,599

2,000

23 – 26 กรกฎาคม 2564

7,599

2,000

25 – 28 กรกฎาคม 2564

7,599

2,000

05 – 08 สิงหาคม 2564

6,599

2,000

12 – 15 สิงหาคม 2564

6,599

2,000

19 – 22 สิงหาคม 2564

6,599

2,000

26 – 29 สิงหาคม 2564

6,599

2,000

02 – 05 กันยายน 2564

6,599

2,000

09 – 12 กันยายน 2564

6,599

2,000

16 – 19 กันยายน 2564

6,599

2,000

23 – 26 กันยายน 2564

6,599

2,000

01 – 04 ตุลาคม 2564

6,599

2,000

07 – 10 ตุลาคม 2564

6,599

2,000

14 – 17 ตุลาคม 2564

6,599

2,000

22 – 25 ตุลาคม 2564

7,599

2,000

28 – 31 ตุลาคม 2564

6,599

2,000

 

* กรณีพัก 3 ท่าน/ห้อง ทางโรงแรมจะทำการเสริมเตียงได้เท่านั้น *

** ราคาทัวร์นี้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 500 บาท/ท่าน **

***ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยวท่านละ 400 บาท /ทริป/ต่อท่าน***

การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวนขั้นต่ำ 6 ท่าน ต่อ 1 คันรถตู้

กรณีผู้โดยสารไม่ครบตามจำนวนดังกล่าว

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา

เนื่องจากพีเรียดเดินทางเป็นช่วงเทศกาล อาจมีสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการปิด หรือไม่สามารถเข้าชมได้

ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์งด หรือเปลี่ยนแปลงรายการโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกทัวร์เป็นหลัก

อัตราค่าบริการนี้รวม

-ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับพร้อมคณะ ที่นั่งเป็นไปตามการจัดสรรของสายการ

-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

-ค่ารถบัสปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)

-ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ

-ค่าอาหารตามที่รายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

-ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2-3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่พัก 3 ท่าน เป็นการนอนเตียงเสริม 1 ท่าน) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

-ค่าจ้างไกด์นำเที่ยวคอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

-ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

-ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

-ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท

-ค่าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องกรณีที่เดินทางด้วยสายการบินอื่น

-ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยว ท่านละ 400 บาท


เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

1.     นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำค่าทัวร์ เป็นจำนวน 5,000 บาทต่อท่าน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อสำรองที่นั่ง

2.  นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ

3.  การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

Visitors: 643,284