ทัวร์เกาหลี

ท่องเที่ยวเกาหลี

ประเทศเกาหลี สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) หรือ เกาหลีใต้ (South Korea) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ มีประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้โดยมีทะเลญี่ปุ่นและช่องแคบเกาหลีกั้นไว้ ในภาษาเกาหลีอ่านชื่อประเทศว่า แดฮัน มินกุก โดยเรียกสั้น ๆ ว่า ฮันกุก ที่หมายถึงคนชาวฮั่นหรือคนเกาหลี และบางครั้งจะใช้ชื่อว่า นัมฮัน ที่หมายถึง ชาวฮั่นทางใต้ ส่วนชาวเกาหลีเหนือจะเรียกเกาหลีใต้ว่า นัมโชซอน ที่หมายถึง โชซอนใต้

สภาพภูมิอากาศ : ประเทศเกาหลีใต้มีสภาพอากาศอยู่ในเขตอบอุ่น และมีฤดูกาลหรือในภาษาเกาหลีที่เรียกว่า “คเยจอล( )” ทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว (Winter), ฤดูใบไม้ผลิ (Spring), ฤดูร้อน (Summer) และฤดูใบไม้ร่วง (Autumn / Fall)

ฤดูหนาว – คยออุล ช่วงเวลา ธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย -5 องศาเซลเซียส และอาจต่ำสุดถึง - 20 องศาเซลเซียส ในช่วงที่หนาวจัดสภาพอากาศ อากาศหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะตก และจะมีช่วงวันที่อากาศหนาวจัดสลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย 3 -4 วัน

ฤดูใบไม้ผลิ – พม    ช่วงเวลา มีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 6 -16 องศาเซลเซียสสภาพอากาศ ปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ต้นไม้จะผลิใบสะพรั่งเต็มต้น ช่วงกลางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม แสงแดดสดใสตลอดทั้งวัน

ฤดูร้อน – ยอรึม    ช่วงเวลา มิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส และอาจถึง 35 – 38 องศาเซลเซียส ในช่วงที่ร้อนจัดสภาพอากาศ อากาศร้อน และมีฝนตกบ้าง ต้นไม้เขียวชะอุ่ม ฤดูมรสุมจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก

ฤดูใบไม้ร่วง – คาอึล   ช่วงเวลา กันยายน – พฤศจิกาย อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 5-25 องศาเซลเซียส สภาพอากาศ อากาศสดชื่น ท้องฟ้าโปร่ง เป็นสีคราม และในเดือนตุลาคมทั่วประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้น ถือเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด

เวลา :  เวลาในประเทศเกาหลีใต้ เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ภาษา : ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล และโดยส่วนมากคนเกาหลีพูดภาษาจีนได้ หากใครที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้สบายใจได้หายห่วงในส่วนภาษาอังกฤษใช้ได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว และส่วนมากป้ายแนะนำสถานที่ต่างๆก็จะมีภาษาอังกฤษเขียนบอกเอาไว้ด้วย บางสถาที่มีป้ายภาษาไทยนะด้วยจะบอกให้

เงินตรา : สกุลเงินที่ใช้ในเกาหลี คือ สกุลเงินวอน / 1,000 วอน แลกเงินไทยได้ประมาณ 28-30 บาท

ระบบไฟฟ้า :กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศเกาหลี 110, 220 โวลต์ บางโรงแรมที่เกาหลีใช้ระบบเดียวกับไทย ควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กเต้าเสียบแบบสามขาไปด้วย เนื่องจากที่เกาหลีส่วนใหญ่จะใช้เต้าเสียบแบบหัวกลม แต่ประเทศไทยใช้แบบหัวเหลี่ยม เตรียมพร้อมไปด้วยจะดีกว่านะ ทั้งโทรศัพท์เอย กล้องเอย ไอเพดเอยสารพัดอย่าง เตรียมไปน่าจะพร้อมกว่าจ้า

การใช้โทรศัพท์ : เกาหลีการโทรศัพท์ภายในพื้นที่โทรในเขตพื้นที่หรือเมืองเดียวกัน ก็เพียงแค่กดหมายเลข แต่หากต้องการโทรไปต่างพื้นที่หรือต่างเมืองให้กดรหัสของเขตก่อนแล้วตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ เช่น หากต้องการโทรไปที่แทกู (หมายเลยโทรศัพท์ 123-4567) ให้กด 053-123-4567 สะดวกอย่างมากมาย

การให้ทิป : สถานที่ต่างอาทิ เช่น ภัตตาคาร โรงแรม คนขับรถ พนักงานและบริกรเหล่านี้ต่างมุ่งหวังที่จะได้ค่าทิปเป็นการตอบแทนจากผู้ใช้บริการ ส่วนธรรมเนียมการให้ทิปที่เกาหลีนั้น โดยส่วนมากคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น 20,000 วอนต่อทริปเดินทาง / ท่าน นอกเหนือจากนั้นจะมีหนุ่มน้อยเกาหลีหน้าตาละม้ายคล้ายดาราเกาหลีที่คอยมาบริการยกกระเป๋า บริการเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารนั้นแล้วแต่น้ำใจที่จะมีให้

อาหารการกิน :โดยส่วนมากอาหารทัวร์เป็นอาหารท้องถิ่น เช่น หมูย่างเกาหลี ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี เกาหลีมีวัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งจะนิยมอาหารชนิดเดียว แต่จะมีเครื่องเคียงเป็นผักต่าง ๆ มาด้วย ท่านสามารถเตรียมอาหารที่ท่านชอบติดตัวไปรับประทานได้หรือใช้บริการจากอาหารที่ไกด์จัดเตรียมให้ เช่น ซอสต่าง ๆ ส่วนหากเป็นอาหารสั่งเองตามร้านทั่วไปก็จะมีหลากหลายพันอย่างลองแวะชิมๆดูแล้วมาแบ่งกัน แต่แนะนำทั้งที่ไปกับทัวร์และไม่กับทัวร์เลยก็เห็นจะเป็นขาปูยักษ์แบบบุฟเฟต์และไวน์ไม่อั้นตามภัตตาคารหรูหลายแห่งที่คอยให้บริการ

 

รายการช้อปปิ้งในเกาหลี :

อินซาดง (Insa-Dong) ถนนคนเดิน ย่านวัฒนธรรมเกาหลีถนนอินซาดง เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีที่สินค้าเก่าและดั้งเดิมจำหน่าย รวมทั้งเต็มไปด้วยแกลลอรีมากมายถึง 100 แกลลอรีซึ่งมีทั้งศิลปะภาพวาดแบบดั้งเดิม และศิลปะแบบพื้นบ้าน เรียกได้ว่าที่นี่คือศูนย์รวมของศิลปะเลยก็ว่าได้ หากมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา ก็จะพบเห็นการประดับประดาด้วยโคมดอกบัวเต็มไปหมดทั้งถนน ดูสวยงามมากเลยล่ะค่ะนอกจากนี้ ที่ถนนเส้นนี้ตามตรอกซอกซอยต่างๆ จะเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านชาพื้นเมือง ให้ได้แวะพักเหนื่อยกันด้วย และถ้าจะให้ดี ควรมาวันเสาร์ เวลา 14:00-22:00 หรือวันอาทิตย์ เวลา 10:00-22:00 เพราะที่นี่จะถูกปิดไม่ให้รถเข้า กลายเป็นถนนคนเดินค่ะ จะได้เดินเที่ยวเดินช้อปกันสะดวก

ซัมซีกิล (SSamziegil) สถานที่สุดฮิปของเหล่าวัยรุ่นชาวกิมจิและชาวไทยเราที่พลาดไม่ได้อย่าง ซัมซีกิล(SSamziegil) ตึกนี้เป็นตึกชื่อดังย่าน Insadong ย่านช้อปปิ้งวัฒนธรรมแห่งกรุงโซลตึกนี้ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 (ก็นานพอดู เกือบๆ 10 ปี แล้ว)เปิดทุกวัน 10.30 - 21.00 น. ยกเว้นวันขึ้นปีใหม่สากลและวันขึ้นปีใหม่เกาหลี (วันซอลซัล ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนของทุกปี)รวมถึงวันขอบคุณพระเจ้า (วันซูซก = วันที่ 15 เดือน 8 ของทุกปี)ด้านล่างมีขายขนมอุนจิ ขนมแป้งไส้ถั่วแดง อย่างอร่อย คิวยาวมากชิ้นละ 2,000 วอนตึก ซัมซีกิล (SSamziegil) นี้สูง 4 ชั้น ทางเดินทำเป็นทางลาดเอียงเป็นเอกลักษณ์ของตึกนี้ (ประมาณว่าให้เดินวนให้ครบ ผ่านทุกร้าน เก๋กู๊ด)

ตลาดโสมและสมุนไพรเคียงดง (Gyeongdong Market) Gyeongdong Market นั้นเป็นตลาดขายส่งโสมและสมุนไพรต่างๆ ของเกาหลี โดยมีสินค้าขึ้นชื่อของเกาหลีอย่างโสมที่วางขายกันอย่างมากมาย โดยเราจะมาทำความรู้จักกับชนิดของโสมที่แบ่งออกเป็น 4 ชนิดด้วยกันคือ โสมแดง ซึ่งถือว่ามีราคาแพงที่สุดจะเป็นการนำรากโสมสดมาตัดแล้วด้วยอบไอน้ำประมาณ 3 ถึง 4 ชั่วโมง จนมีมีเหลืองแล้วอบให้แห่งอีกครั้งหนึ่ง ส่วน โสมขาวนั้น จะมีกระบวนการนำรากโสมมาตัดแช่น้ำเดือดๆ ประมาณ 10 นาที จากนั้นสลับมาแช่น้ำเย็นอีก 10 นาที จากนั้นตากจนแห้ง และนำมาแช่น้ำเชื่อมอีก 2 วัน ส่วน โสมแห้ง จะเป็นการนำรากโสมสดไปตากแดดจัดๆ แล้วนำมาอบด้วยกำมะถัน จากนั้นตากจนแห้งสนิทอีกครั้งหนึ่ง และสุดท้ายคือโสมสกัดจะเป้นการสกัดในห้องแล็ปเป็นหลักเพื่อนำมาใช้เป้ฯส่วนประกอบของวิตามินและเครื่องสำอางค์ต่างๆ โดยสำหรับ ตลาดโสมและสมุนไพรเคียงดง นั้นส่วนของตลาดโสมจะอยู่ถัดออกไปจากตลาดสมุนไพร โดยทั้งสองตลาดจะแยกออกจากกัน โดยสภาพแล้วก็เหมือนกับตลาดสดบ้านเราเลยก็ว่าได้ เพียวแต่เขาขายโสมอย่างเดียว ซึ่งหากคุณสามารถศึกษาถึงวิธีเลือกโสมมาก่อนก็สามารถมาหาโสมที่มีราคาถูกจากตลาดแห่งนี้ได้ นับว่าเป้นอีกส่วนที่น่ามาช๊อปปิ้งเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของตลาดสมุนไพร ซึ่งรวมอยู่ในย่าน Gyeongdong Market นั้น  ก็ถือว่าเป็นการมาเดินเล่นชมวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีก็แล้วกัน เพราะหากจะให้ช็อปนี่ หลายๆ คนก็อาจจะไม่รู้ว่าจะช็อปอะไร เพราะมีแต่รากไม้และสัตว์แปลกๆ ตากแห้งนานาชนิดที่มีคนเกาหลีมาเลือกซื้อกันไปปรุงเป็นยามากมาย แต่สินค้าที่คุณอาจจะสามารถซื้อหากันได้ก็คือสาหร่ายที่ขึ้นชื่ออย่างมาก

ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) ตลาดดั้งเดิม เปิดตั้งแต่ ค.ศ. 1964 ตั้งอยู่ที่โซล (Seoul) เกาหลี (Korea) เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักช้อป มีสินค้าหลากหลาย ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องครัว เครื่องประดับ งานฝีมือ สินค้านำเข้า อาหาร และเป็นแหล่งขายสินค้าส่ง สินค้าส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตโดยตรง ภายในตลาดมีทั้งโซนที่เป็นตลาดกลางแจ้ง (แบบดั้งเดิม) และส่วนที่เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งสมัยใหม่อย่างห้างเมซา ให้นักช้อปได้เลือกเดินแบบไม่ต้องพัก!! ที่ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) ยังมีตรอกอาหารที่ขึ้นชื่อมีเมนูหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารเกาหลีพื้นเมือง แนะนำให้ไปลองชิมกัน ช้อปเหนื่อยๆ กินอาหารอร่อยๆ พักเติมพลังจะได้มีแรงลุยต่อตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) มีสินค้ามากมาย หากไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดีแนะนำให้ซื้อ อาหารแห้ง สาหร่าย กิมจิ โสม รวมถึงขนมนำเข้า เสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าสำหรับเด็ก อุปกรณ์เครื่องครัว จะซื้อใช้เอง ซื้อเป็นของที่ระลึก หรือซื้อเป็นของฝากก็มีให้เลือกครบครัน

ย่านฮงแด (Hongdae) หรือ ม.ฮงอิก (Hongik Univ.) ย่านดังสำหรับวัยรุ่นขาโจ๋ทั้งหลาย เป็นแหล่งรวม ร้านค้า ร้านอาหาร คลับ บาร์ รวมทั้งเป็นถนนแสดงงานศิลป์อาร์ตๆ ของเหล่าศิลปินอารมร์ติสต์แตกทั้งหลายด้วย บรรยากาศคึกคักตลอดวัน มีตั้งแต่วัยรุ่นมหาลัยจนถึงวัยทำงานม.ฮงอิก (Hongik Univ.) มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งของกรุงโซล ตึกด้านหน้านี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของที่นี่บริเวณถนนฝั่งตรงข้ามกับ ม.ฮงอิก จะมีเหล่าศิลปินรุ่นเล็กรุ่นใหญ่นำภาพวาด งานศิลป์อาร์ตๆ ของตนออกมาอวดโฉมชาวโลกอยข้างสนามเด็กเล่นจะเป็นเหมือนตลาดนัดเล็กๆขายสินค้าจุ๊กจิ๊ก ประมาณว่า เครื่องประดับของสาวๆแล้วก็พวกงานแฮนด์เมดต่างๆย่านฮงอิกนี้ น่ามาเดินเล่นมากมายใครที่เบื่อ เมียงดง แนะนำว่ามาแถวนี้ ไม่ผิดหวัง

ตลาดปลาแฮอึนเด (Haeundae Fish Market) ถือได้ว่าเป็นตลาดปลาที่มีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก จะเล็กกว่า ตลาดปลาจากัลจิ อยู่พอสมควร ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณ หาดแฮอึนเด ในเมืองปูซาน ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านของอาหารทะเลซีฟู้ดส์ที่มีรสชาติอร่อย และมีชาวเมืองปูซานแวะเวียนมาชิมอาหารกันเป็นอย่างมากมาย รวมทั้งเหล่านักท่องเที่ยวที่พาเหรดกันเข้ามาที่ตลาดแห่งนี้เพื่อเที่ยวชมวิถีของตลาดปลาและชิมรสชาดความอร่อยของอาหารทะเลสดๆ ที่มีอยู่หลากหลายเมนูมากให้คุณได้ทดลองชิมกันอย่างจุใจ โดยภายใน ตลาดปลาแฮอึนเด นั้นแม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนักแต่ก็เต็มไปด้วยร้านขายปลามากมาย ที่มีอาหารสดมากมายให้คุณได้เลือกสรรกัน โดยมีเรทราคามากมายและมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย โดยมีทั้งปลาสดสายพันธุ์ต่างๆ ที่ทั้งหน้าตาและรสชาตินั้นไม่เป็นสองรองใคร ส่วนสาหร่ายนั้นก็มีมากมายให้เลือกกันทั้งแบที่คุณสามารถหอบกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย ซึ่งสาหร่ายของเกาหลีนั้นนับว่ามีรสชาติที่อร่อยมากที่สุดในโลก และได้รับการยอมรับกันในวงกว้าง นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถเดินเล่นชิลๆ ใน Haeundae Fish Market ได้อย่างเพลินๆ ชิลๆ และหากคุณต้องตาต้องใจกับอาหารทะเลร้านไหนก็สามารถเลือกแล้วให้เขาจัดการปรุงให้ได้เลยที่หลังร้านสะดวกแบบสุดสุดไปเลย ในราคาที่ไม่ได้แพงแต่อย่างใด นอกจากคุณจะสามารถมาเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวประมงเกาหลีที่เมืองปูซานได้แล้ว คุณยังสามารถมีโอกาสได้ลิ้มรสชาดเมนูอาหารพื้นๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความอร่อยในระดับของภัตรคารระดับ 5 ดาวเลยทีเดียวหากคุณต้องการเดินทางมายัง ตลาดปลาแฮอึนเด นั้นก็ง่านแสนง่าย โดยคุณสามารถเดินทางมาโดยรถไฟใต้ดินสายสีเขียว โดยให้คุณมาลงที่สถานี Haeundae จากนั้นเลือกทางออกที่ 3 ซึ่งคุณอาจจะไปเดินเล่นรับลมทะเลที่หาดแฮอึนเด ก่อนหรือจะเดินมาที่ตลาดแห่งนี้ โดยสังเกตได้จากซุ้มประตูทางเข้าโค้งๆ นั่นก็แสดงว่าคุณได้มาถึง ตลาดปลาแฮอึนเด แล้ว

ตลาดปลาจากัลจิ (Jagalchi Fish Market) ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ตั้งอยู่ที่เมืองปูซาน และอยู่ติดกับทะเล มีชื่อว่า  Jagalchi Market (자갈치시장 = จากัลชีชีจัง) หรือตลาดปลาจากัลชี นั่นเอง ที่นี่จะสามารถพบเห็นเหล่าบรรดา “จากัลชี อาจุมม่า” คือผู้หญิงที่ลงไปดำน้ำหาปลามาขายด้วย ที่ตลาดแห่งนี้มีอาหารทะเลสดๆ มากมาย รวมไปถึงปูยักษ์ ที่เรียกได้ว่ามาปูซานทั้งที ต้องมากินให้ได้ (สนนราคาตัวนึงอยู่ที่หลักพันบาท) หากใครขี้เกียจนั่งรถไปไกลถึง ตลาดกีจัง ก็สามารถมากินปูที่นี่แทนได้เหมือนกัน ที่ตลาดจากัลชีแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลหรือของสดเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีโซนอาหารทะเลแห้ง และโซนอาหารทั่วไปอีกด้วย ก็ลองมาเดินเล่นกันดู นอกไปจากนี้ ที่นี่ในเดือนตุลาคมก็จะมีงานเทศกาลพื้นเมือง Busan Jagalchi Festival (부산자갈치축제) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย แถมท้ายให้สำหรับข้อมูลของร้านอาหาร OASE ที่เกริ่นไปด้านบนนะคะ เผื่อใครสนใจ สำหรับร้าน OASE (오아제 = โออาเจ) นั้น เป็นร้านอาหาร Seafood Buffet ที่ได้ 1 ดาวมิชลินด้วยนะคะ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เป็นร้านอาหารที่มีความหลาหลายของอาหารทะเลต่างๆ รวมไปถึงซาซิมิ และซูชิ ที่ทำมาจากปลาสดๆ จากตลาดจากัลชีนี่เอง หรือถ้าใครไม่ทานอาหารทะเล ที่นี่ก็ยังมีไลน์อาหารอิตาเลียนอย่าง สเต็ก พาสต้า และพิซซ่า รวมถึงเมนูอย่างสลัด ซุป ติ่มซำ และของหวานอย่างเบเกอร์รี่ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเกาหลี :

พระราชวังเคียงบ๊ก (Gyeongbokgung Palace) ถือได้ว่าเป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลี เป็นที่ีรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่ากันว่าถ้าไม่ได้มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงเกาหลี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกษัตริย์แทโจ ผู้ซึ่งเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์โชชอนจากนั้นเข้าสู่พระราชวังที่ ประตูกวงฮวามุน Gwanghwamun Gate เปิดให้ชมทุกวันเวลา 9.00-18.00 น. ปิดทุกวันอังคารซื้อตั๋วกันก่อน ผู้ใหญ่ 3000 วอน เด็ก 1500 วอนเดินผ่านประตูเข้าสู่ตัววังด้านในเกตแรกชื่อว่า Heungnyemun Gateข้ามสะพานข้ามคลองเล็ก ผ่านต้นซากุระที่เพิ่งผลิบานออกมา ไปยังเกตที่ 2ชื่อว่า Geunjeongmun Gate จากนั้นเข้าสู่บริเวณพระที่นั่งอันโด่งดัง คึนชองจอน (Geunjeongjeon Hall)พระที่นั่งนี้เป็นที่ออกว่าราชการของกษัตริย์เกาหลี หลายรุ่นหลายสมัยด้านในยังคงตกแต่งสวยงามแบบเดิมๆ อวดสายตาชาวโลกอยู่ (ถ่ายรูปได้แค่ด้านนอกเท่านั้น)ถัดจากพระที่นั่งใหญ่แล้ว ด้านในยังมีตำหนักต่างๆ มากมาย

พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) เป็นพระราชวังลำดับที่สองทึ่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbukgung Palace) ในปี ค.ศ. 1405 และมีความสำคัญในการเป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน (Joseon)  และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ ประกอบไปด้วย เขตพระราชฐานชั้นนอก, เขตพระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังสำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตรย์ ซึ่งมีต้นไม้ขนาดยักษ์ที่มีกว่า 300 ปี, บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ พระราชวังแห่งนี้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์ถึง 9 พระองค์ในสมัยราชวงค์โชซอน (Joseon) ในปี ค.ศ. 1592 พระราชวังถูกเผาทำลายโดยประชาชนที่โกรธแค้นต่อการหนีจากการพำนักในพระราชวังของพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ในระหว่างที่ถูกรุกรานโดยชาวญี่ปุ่น และได้รับการบูรณะอีกครั้งในปี ค.ศ. 1611 ทำให้ในปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวัง ได้แก่ พระตำหนัก Injeongjeon, พระตำหนัก Daejojeon, พระตำหนัก Seonjeongjeon, และพระตำหนัก Nakseonjae สวนลับ หรือสวนต้องห้าม หรือฮูวอน (Huwon) ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของพระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ Taejong เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับพระราชวงศ์ เดิมสวนแห่งนี้มีชื่อว่า ‘Bukwon’ หรือ ‘Geumwon’ แต่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Biwon’ ในรัชสมัยของกษัตริย์ Kojong สวนแห่งนี้ถูกดูแลและบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดี และดูสวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากความร่มรื่นสวยงามของบรรดาแมกไม้ต่างๆ แล้ว ภายในสวนยังมีศาลาพักผ่อนริมสระน้ำ, น้ำพุ และสะพานเล็กๆ เช่น ศาลา Buyongjeong, Buyongji, Juhabru, Eosumun, Yeonghwadang, Bullomun, Aeryeonjeong และ Yeongyeongdang เป็นต้น

สวนลับพีวอน (Bewon Secret Garden) เกาหลีใต้ ถือเป็นอีกประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเที่ยวกันอย่างมาก เพราะมนต์เสน่ห์หลายๆอย่างที่นักท่องเที่ยวจะได้รับหลังจากมาเที่ยวเกาหลีนั้นมีความน่าประทับใจอย่างมาก เเละหลายสถานที่ท่องเที่ยวก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่าง สวนลับพีวอน ใน พระราชวังชางด๊อก นั้นก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวชมกันเป็นอย่างมาก ด้วยความสวยงามเเละเเปลกตาก็ทำให้ใครที่มาเยือนพระราชวังชางด๊อก เเล้วต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมสวยเเห่งนี้ สำหรับ Bewon Secret Garden นั้นตั้งอยู่ภายใน พระราชวังชางด๊อก ที่เป็นพระราชวังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกเเล้ว รวมทั้งสวนเเห่งนี้ด้วย โดยมันเป็นเหมือนอุทยานที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์เกาหลีเเต่โบราณมาเเล้ว ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก เเละในสมัยก่อนนั้นไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าไปชมด้านในเเต่อย่างใด ทำให้ที่สวนเเห่งนี้ได้ชื่อว่าสวนลับพีวอน นั่นเองสำหรับการเดินทางมาชม สวนลับพีวอน นั้นคุณไม่สามารถเข้าไปชมได้อย่างอิสระ ต้องไปกับกรุ๊ปทัวร์ที่ถูกจัดไว้เป็นรอบๆ พร้อมกับไกด์ โดยรอบที่มีไกด์เป็นภาษาอังกฤษนั้นจะมี 2 รอบต่อวันด้วยกันในเวลา 11.30 น. เเละ 14.30 น. โดยในเเต่ละรอบจะใช้เวลาในการเดินชมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชมสวนเเห่งนี้คนละ 5,000 วอน ส่วนเด็กนั้นจะเสียครึ่งราคา โดยหากใกล้เวลาคุณสามารถเดินไปรอที่ทางเข้าสวนได้เลย เมื่อคุณก้าวเข้าไปในสวน Bewon Secret Garden  เเล้วจะพบกับประตูหิน Bullomun โดยมีความเชื่อกันว่าหากเดินลอดประตูเข้าไปเเล้วจะสามารถคงความหนุ่มสาวไว้ได้ตลอดกาล เดินมาอีกซักพักคุณก็จะพบกับ ศาลาริมสระ Aeryeon ที่มีความสวยงามเเละมีต้นไม้อยู่อย่างมากมาย โดยมีต้นไม้อายุหลายร้อยปี ยืนต้นตระหง่านต้อยรับนักท่องเที่ยว ซึ่งความเก่าเเก่ของมันนั้นเห็นได้ชัดจากการจะกลายเป็นหินเเล้ว หลังจากนั้นคุณจะเดินเข้าสู่ส่วนของ Yeongyeongdang ซึ่งจะเป็นอาคารบ้านเรือนเเบบชาวบ้านๆ ที่ปลูกเรียงรายไว้ โดยเเยกส่วนชายกับหญิง นัยว่าเตรียมไว้ให้กษัตริย์ได้พำนักหากต้องการจะสัมผัสกับการเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยตรงจุดนี้จะมีสระน้ำที่มีการออกเเบบเป็นรูปประเทศเกาหลี นับว่าเป็นสวนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเราขอเเนะนำให้คุณเผื่อเวลาในการเดินชมพระราชวังชางด๊อก ก่อนซัก 1 ชั่วโมง หรือหากเช็คเวลาเเล้วใกล้รอบของการเข้าชมสวนก็ให้ไปชมสวนก่อนเเล้วค่อยออกมาชมพระราชวัง

คลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) เป็นลำธารที่มีความยาว 5.84 กิโลเมตรไหลผ่านใจกลางกรุงโซล ในปี ค.ศ. 1958 ได้มีการถมเพื่อทำถนนจากเดิมที่เป็นลำธารธรรมชาติ และได้เริ่มมีการปรับปรุงพื้นที่อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2003 โดยใช้เวลาในการปรับปรุงทั้งสิ้น 2 ปี และ 3 เดือน เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจกลางเมือง มีสะพานข้ามคลองทั้งหมด 22 สะพาน ลำธารชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามให้ชื่นชม ได้แก่

-น้ำพุใหญ่ตั้งอยู่ในชองเกพลาซ่า (Cheonggye Plaza) ที่ประดับประดาไปด้วยไฟสามสี รวมไปถึงน้ำพุดอกไม้ไฟและน้ำพุสองชั้น

-สะพานควังทงเกียว (The Gwangtong Bridge) ที่เคยเป็นสะพานในใหญ่ที่สุดของเมืองในอดีต ถูกสร้างขึ้นในปีที่ 10 ในการครองราชย์ของกษัตริย์แทจงในราชวงศ์โชซอน เพื่อใช้เป็นถนนหลวงสำหรับเชื้อพระวงศ์และขุนนางระดับสูง

-กำแพงแห่งความหวัง (Wall of Hope) เป็นกำแพงที่ทำจากกระเบื้องเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเสียใจต่อการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้โดยประชาชนใน 5 จังหวัดของกรุงโซล จำนวนถึง 20,000 คน ด้วยความปรารถนาที่จะได้เห็นความเป็นปึกแผ่นในการกลับมารวมชาติกันอีกครั้ง

การเดินเรียบเล่นไปตามลำธารชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) ยังมีจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่ ประตูโอกันซูมุน (Site of Ogansumun Gate), บริเวณที่ใช้ซักผ้าในยุคโบราณ (Historic Laundry Site) และอื่นเรียงรายไปทั้งสองข้างฝั่งของลำธาร นอกจากนี้สองข้างฝั่งถนนริมลำธารยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร และบาร์ให้นั่งดื่มด่ำไปกับบรรยากาศและเสน่ห์ทั้งในยามกลางวันและยามค่ำคืนตั้งอยู่ที่ Seoul-si Jongno-gu Changsin1-dong

อนุสาวรีย์นายพลอีซุนซิน (Yi Soon Shin) ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดย Yi Soon Shin Monument ตั้งอยู่บริเวณ Gwanghwamun Square บนถนนเซจงโร อันเป็นถนนใหญ่กลางเมืองที่สำคัญของกรุงโซล ซึ่งเเวดล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คืออนุสาวรีย์ของนายพลเรืออีซุนซิน ที่ได้รับการเคารพจากชาวเกาหลีเป็นอย่างมาก โดยอนุสาวรีย์ของท่านนั้นจะมีอยู่ 2 ที่ด้วยกันคือที่กรุงโซลบริเวณนี้เเละอีกที่จะตั้งอยู่ที่เมืองปูซาน เมืองท่าใหญ่ทางตอนใต้ของเกาหลี อนุสาวรีย์แม่ทัพอีซุนซิน จะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ก่อนที่จะถึง อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช โดยเป็นท่ายืนโดยถือดาบคู่กาย ทำจากสำริดสีตั้งอยู่บนฐานหินสูง โดยด้านหน้าจะมีเรือเต่าสำริดจำลองสีดำตั้งเคียงคู่กันอยู่ด้วย โดยเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเพราะเป็นลานกว้างเเห่งเดียวของเมืองหลวงที่หนาเเน่นเเห่งนี้ โดยสำหรับประวัติของเเม่ทัพเรือผู้นี้ นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อชนชาติเกาหลี เมื่อเขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือเกาหลีเข้าต่อกรกับการรุกรานของญี่ปุ่นในสมัยของโชกุนโทโยโทมิ ฮิโดโยชิทั้งสองครั้ง โดยครั้งเเรกสามารถขับไล่ญี่ปุ่นได้สำเร็จ ส่วนครั้งที่สองนั้นสามารถสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่จารึกจากยุทธนาวีโนรยัง โดยใช้เรือรบเต่าเพียง 13 ลำเท่านั้นเข้าต่อกรกับกองทัพเรือญี่ปุ่น ก่อนที่เขาต้องพลีชีพลงไปก่อนที่สงครามจะจบลงด้วยชัยชนะของกองทัพเรือผสมเกาหลี-จีน เหนือกองทัพเรือญี่ปุ่นไปได้ เเละถือเป็นการสิ้นสุดการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่นในยุคฮิเดโยชิ พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้กับเขาจนเป็นที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้

พิพิธภัณธ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) ที่ตั้งอยู่ภายในพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการแสดงถึงการดำเนินชีวิตของชาวเกาหลี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จน ถึงสมัยราชวงศ์โชซอน จัดแบ่งเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเครื่องไม้สอยในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ในพิธีจัดศพงาน ศิลปะชิ้นสำคัญๆ และหุ่นจำลองต่างๆ เนื้อที่จัดแสดงค่อนข้างกว้างขวางและมีชิ้นงานจัดแสดงมากกว่า 4,000 ชิ้น

หมู่บ้านบุกชน ฮันอก (Bukchon Hanok) หมู่บ้านดั้งเดิมของเกาหลีที่มีประวัติยาวนานที่เรียกว่า ฮันอก (Hanok) ตั้งอยู่ระหว่าง พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace), พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) และอารามหลวงจองเมียว (Jongmyo Royal Shrine) คำว่า บุกชอน (Bukchon) มีความหมายว่าหมู่บ้านทางตอนเหนือ ตามตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่ทางทิศเหนือของคลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) และชงโน (Jongno)

หมู่บ้านประกอบด้วยตรอกซอกซอยอันเป็นที่ตั้งของบ้านแบบดั้งเดิมกว่าร้อยหลัง และเป็นที่เก็บรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองไว้ เพื่อเป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอนที่มีอายุกว่า 600 ปี สถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบของหมู่บ้านได้แก่ Bukchon Traditional Culture Center, Seoul Museum of Chicken Art, บรรดาร้านค้ามากมายได้ ร้านอาหาร, ร้านชา เป็นต้น เพื่อเป็นการเรียนรู้และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี

นัมซาน โซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) เป็นสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวอยากจะลองมาดูวิวที่นี่สักครั้งว่าจะสวยงามขนาดไหน ไม่ใช่แค่ที่นี่จะเป็นจุดชมวิวเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สุดแสนจะโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นยามกลางวันหรือกลางคืน และไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ที่นี่ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยว และคู่รักชาวเกาหลีค่ะ โซลทาวเวอร์ เป็นจุดชมวิวของเมืองโซล ที่เหมือนว่าเป็นแลนมาร์คที่สำคัญที่ใครไปใครมาต้องแวะมาเที่ยวที่นี่ ด้วยความสูง 236.7 เมตร และตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน ทำให้มีทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบก็มีมุมที่สวยงาม ทำให้ใครๆ ก็อยากจะมาที่นี่กันที่นี่เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 1980 และได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และในปี 2005 ก็ได้มีการปรับปรุงสถานที่ใหม่ ด้วยงบประมาณถึง 15 พันล้านวอน และเปลี่ยนชื่อเป็น N Seoul Tower ตัวอักษร 'N' ย่อมาจากคำว่า 'New' และได้มีการนำระบบแสงสีมาใช้ โดยมีการจัดแสดงโชว์แสงสีที่เรียกว่า 'Flower of Seoul' ด้วยการฉายไฟขึ้นไปบนหอคอยในทุกๆ คืนตั้งแต่ 19:00-24:00

Teddy Bear Museum ที่ตั้งอยู่ในย่านจองมุนรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ แหล่งรวมที่เที่ยวของเจจู อาจไม่ได้สร้างขึ้นในยุคบุกเบิกที่ว่า แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ เพราะภายในเต็มไปด้วยตุ๊กตาหมีทุกรูปแบบ ตั้งแต่ตุ๊กตาหมีเก่าแก่ตัวแรกๆ ของโลก ตุ๊กตาหมีเลียนแบบภาพวาดดัง ตุ๊กตาหมีที่แพงที่สุดในโลกซึ่งมาในชุดหลุยส์วิตตองสุดเก๋ และยังมีตุ๊กตาหมีอีกมากมายละลานตาไปหมด ดูส่วนจัดแสดงนี้เสร็จแล้วก็อย่าลืมกดลิฟต์ขึ้นไปที่ โรงละครของเอลวิส อีกส่วนจัดแสดงที่เราไม่อยากให้คุณพลาดฃมอย่างเด็ดขาด เพราะทันทีที่ม่านโรงละครเปิดขึ้น เราก็จะได้พบกับตุ๊กตาหมีเอลวิส พร้อมบรรดาสาวนักดนตรีหมีและเหล่าสาวๆ นักร้องแบ๊กอัพ ออกมาวาดลวดลายโชว์คอนเสิร์ตสั้นราว 3-4 เพลงให้เราดูอย่างน่ารัก ชนิดที่ว่าใครเป็นโรคแพ้ความน่ารักของตุ๊กตาหมีแล้วก็ อาจอยากกวาดของในร้านที่ระลึกออกมาหมดแผงก็เป็นได้

หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานฮันอก (Namsangol Hanok Village) เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมจำลองเกาหลีอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ย่านเนินเขานัมซาน ใจกลางกรุงโซล เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมฟรี ภายในหมู่บ้านได้จัดตกแต่งไสตล์เกาหลีโบราณ เรียกว่า ฮันอก ตั้งแต่สมัยโชซอน โดนนอกจากบ้านเรือนโบราณแล้ว ยังมีการจัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆ ศาลา การละเล่นพื้นเมืองมาไว้ที่นี่อีกด้วย นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีการจัดแสดงดนตรีเกาหลี และการแสดงทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น การแสดงพิณเกาหลี ระบำหน้ากาก เวลา เปิด-ปิด Namsangol Hanok Village : เดือนเมษายน - เดือนตุลาคม เปิดเวลา 09:00 - 21:00 น. และ เดือนพฤศจิกายน - เดือนมีนาคม เปิดเวลา 09:00 - 20:00 น.

เกาะยออิโด (Yeouido) เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล ริมเเม่งน้ำฮัน โดยมีการพัฒนาเกาะเเห่งนี้ให้เป็นเกาะสมัยใหม่ที่มีสำนักงานเเละที่พักอยู่หลายเเห่ง โดยมีการจัดการสถานที่เป็นอย่างดีจนเป็นเกาะที่สวยงามเงียบสงบเเละทันสมัย คล้ายๆ กับโอไดบะ ที่โตเกียว เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตั้งอยู่ภายในเกาะนี้อีกหลายที่ด้วยกัน กิจกรรมที่เราอยากจะเเนะนำให้คุณมาลองสัมผัสในการมาเยือน เกาะยออิโด ก็คือการมาลองเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะดู เพราะการจะเดินเล่นรอบเกาะนั้นอาจจะต้องเสียพลังงานมากอย่างเเน่นอน โดยจุดเช่าจักรยานของเกาะเเห่งนี้จะอยู่ที่หน้าสวนสาธารณะยออิโด  ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนหลังเดินออกมาจากสถานีรถไฟ โดยก็มีสนราคาให้คุณได้เลือกเช่า 1 ชั่วโมงที่เรทราคา 3,000 วอน สำหรับจักรยานเเบบที่นั่งเดียว เเต่ถ้าเเบบสองที่นั่งเหมือนเกาะนามิ ก็ 6,000 วอนต่อชั่วโมง ซึ่งถ้ามาเป็นคู่นี่เเนะนำให้เช่าเเบบของใครของมันดีกว่า ซึ่งภายในเกาะก็จะมีเลนจักรยานไว้พร้อมให้คุณได้ปั่นอย่างไม่ต้องเกรงกลัวรถที่ผ่านไปมา โดยหลังจากจ่ายเงินเเล้วก็ต้องเอาบัตรอะไรซักบัตรให้เขาเป็นตัวประกันด้วย โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเป็นพาสปอร์ต

Sea World Aquarium @ 63 City ตั้งอยู่ที่ชั้นที่ 1 ของตึก 63 City ใน กรุงโซล โดยเป็นอะควอเรียมขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก เเต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวในการมาเที่ยวชมความสวยงามของสัตว์น้ำสายพันธุ์เเปลกๆ ที่มีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ โดยการที่เข้าเที่ยวชมนั้นคุณสามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงามอีกด้วย จึงกลายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไปก็ด้วยเหตุนี้ โดย Sea World Aquarium  เเห่งนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. โดยคุณต้องเสียค่าเข้าชม 17,000 วอนในส่วนของเรทผู้ใหญ่ ส่วนเด็กอยู่ที่ 14,000 วอน หรือหากใครจะขึ้นไปชมวิวบน Sky Art  ของตึก 63 ซิตี้ อยู่เเล้วก็สามารถซื้อตั๋วเป็นเเพ็กเกจได้ในราคาเพียงเเค่ 30,000 วอนเท่านั้นเอง สามารถเข้าชมทั้งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง เเละ จุดชมวิว Sky Art ได้อีกด้วย โดยในส่วนของภายนั้นก็มีการจัดเเสดงโดยเเบ่งออกเป็นโซนต่างๆ หลายโซนด้วยกัน ซึ่งเเต่ละโซนนั้นก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กๆ นั้นเรียกว่าเเน่นทุกวันเลยก็ว่าได้ ภายใน Sea World Aquarium นั้นเต็มไปด้วยสัตว์น้ำประหลาดๆ มากมายทั้ง สิงโตทะเล ที่ถือเป็นขวัญใจเด็กๆ โดยสิงโตทะเลพวกนี้มีความเป็นมิตรเเละเชื่องอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนบรรดานกเพนกวินนั้นก็นับว่าเป้ฯขวัญใจของเด็กๆ อีกเช่นกัน โดยที่นี่จะมีพนักงานมาคอยให้คำบรรยายอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ก็ยังมีทั้งปูยักษ์ เเละมีโซนที่โชว์การเอ็กซ์เรย์สัตว์น้ำต่างๆ อีกด้วย ส่วนตัวที่่น่าสนใจน่าจะเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่เเละยาวมากๆ เเละมีการโชว์ฟอสซิลของปลาดึกดำบรรพ์อีกด้วย โดยมีการจัดจุดถ่ายภาพไว้อีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายได้ส่วนการเดินทางมายัง Sea World Aquarium ที่ ตึก 63 ซิตี้  นั้นคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดิน สายสีม่วง โดยให้มาลงที่สถานี Yeouinaru จากนั้นเลือกทางออกที่ 3 เเล้วต่อเเท็กซี่ไปอีกประมาณ 5 นาที โดยเสียค่าโดยสารประมาณ 2,700 วอน ก็จะถึง ตึก 63 ซิตี้ เเล้วโดย Sea World Aquarium จะตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของตึก

Coex Aquarium มีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับโชว์สัตว์น้ำกว่า 40,000 ตัว ที่มาจาก 600 สายพันธุ์ ตัวอาคารมีเอกลักษณ์ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาในรูปแบบของ “การเดินทางของน้ำ(Water Journey)” โดยนักท่องเที่ยวจะเริ่มจากการเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แบบร่วมผจญภัยไปกับสายน้ำที่มาจากเทือกเขาแอนเดียน(Andean mountains) ผ่านป่าฝนเขตร้อนของอะเมซอน ไปยังบึง แม่น้ำ ชายฝั่งทะเล ก่อนที่ลงสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวจะได้มองเห็นสัตว์น้ำในมุมมองเชิงลึกที่มีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่

Everland หนึ่งในสวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกน่าเล่น ไม่แพ้ชาติใดในเอเชีย เป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่และดีที่สุดในเกาหลี เป็นของบริษัท ซัมซุงเอเวอร์แลนด์ สร้างในปี ค.ศ.1976 และภายในสวนสนุกแห่งนี้ มีสิ่งให้ดูให้ชมให้ละเล่นครบทุกสิ่ง ทุกฤดูกาลและตอบสนองได้ทุกเพศทุกวัย

ซอรัคซาน (Seoraksan) สวิสเซอร์แลนด์เกาหลี วิวสวยมาก นั้นตั้งอยู่ที่เมืองซกโซ ทางฝั่งตะวันออกของเกาหลี เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามอย่างมากตามธรรมชาติ และเป็นที่นิยมมาท่องเที่ยวของทั้งนักท่องเที่ยวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนได้รับฉายาว่า สวิสเซอร์แลนด์เกาหลี และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยเรื่อง เการักที่เกาหลี อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกือบทุกกรุ๊ปทัวร์ต้องพาลูกทัวร์เกาหลีมาเยือน โดยการเข้าเที่ยวชม ซอรัคซาน นั้นต้องซื้อบัตรเข้าชมก่อน โดยค่าเข้าชมนั้นผู้ใหญ่จะต้องเสียเรทราคา 2,500 วอน เด็กอยู่ที่ 600 วอน โดยมันจะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 9.00 น. จนถึง 18.00 น. โดยจุดถ่ายรูปจุดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นรูปปั้นหมีที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ ซอรัคซาน โดยคุณต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปบนด้านบนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งในวันที่มีนักท่องเที่ยวเยอะต้องเข้าคิวรอกันนานเลยทีเดียว ซึ่งด้านล่างแห่งนี้ยังมีวัดซินฮึนซาอีกจุดที่น่าเข้าไปไหว้สักการะและเข้าชมความงดงาม

หาดแฮอึนเด (Haeundae Beach) หาดดังแห่งเมืองท่าปูซาน เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศเกาหลี  คำว่า “แฮอึนแด/ Haeundae” ถูกตั้งชื่อโดยนักปราชย์นามว่า ชอย ชี วอน (Choi Chi-Won) ในราชวงศ์ชิลลา ชายหาดมีความยาว 1.5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 58,400 ตารางเมตร และเป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และงานเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี มักเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) บริเวณชายหาดมีสถานที่จัดไว้เพื่อให้ได้สนุกสนานกับการละเล่นพื้นบ้านของเกาหลี ได้แก่ Neoldduigi (ยืนกระโดดขึ้นลงบนไม้กระดานแผ่นใหญ่ เหมือนไม้กระดก), Korean wrestling (มวยปล้ำเกาหลี), Tuho (ยิงธนู), Tug-of-war (ชักเย่อ) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์วัฒนธรรม และห้องสมุดชายหาด

Busan Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งเมืองปูซานเปิดทุกวัน จันทร์ - พฤหัส 10.00 -20.00 น. ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุด 8.00 - 22.00 น.ซื้อตั๋วก่อน ผู้ใหญ่ 19,000 วอน วัยรุ่น 17,000 วอน  เด็ก (3-12 ปี) 15,000 วอน

Nurimaru Apex House & Gwangan Bridge สุดยอดมุมสวยที่ต้องมาถ่ายรูป ใครสนใจ หรือรักในการถ่ายรุปแนะนำสถานที่แห่งนี้ น่าประทับใจแน่นอน

หาดควันกัลลิ (Gwangalli Beach) อีกหาดสวย กับวิวสะพานแขวนยามค่ำคืน เป็นหาดทรายที่มีชื่อเสียงอย่างมากอีกแห่งของเมืองปูซาน โดยมีมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ขาวสะอาดสวยงาม รวมทั้งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในยามค่ำคืนที่สำคัญของนักท่องเที่ยวประมาณหาดป่าตองบ้านเราอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้มันเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการมาพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างมาก รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองปูซานสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนเมืองแห่งนี้สำหรับจุดที่น่าสนใจของ หาดควันกัลลิ ก็คือการที่มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยาวราตรีที่มีความสำคัญอย่างมากของเมืองปูซาน โดยตลอดแนวถนนเลียบหาดก็จะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ จำนวนมากมายที่ปิดบริการกันยันสว่างเลยทีเดียว โดยมีร้านอาหารมากมายหลายร้าน และหลายระดับ ที่น่าสนใจอย่างมากก็จะเป็นเมนูซีฟูดส์แปลกๆ ส่วนผับและบาร์นั้นเรียกว่าทันสมัยและได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งหากคุณได้มาลองเที่ยวบาร์เกาหลีแล้วอาจจะติดใจก็เป็นได้ โดยเฉพาะหนุ่มๆ นั้นรับรองว่าลืมไม่ลงแน่ๆส่วนวิวทิวทัศน์ในยามค่ำคืนนั้นสำหรับ Gwangalli Beach มีความงดงามอย่างมากด้วยวิวทิวทัศน์ของสะพานควังกัน ที่เป็นสะพานที่มีความยาวมากกว่า 7 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยมันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของเมืองปูซานเก่ากับย่านธุรกิจแห่งใหม่ของเมืองปูซาน โดยสะพานนี้เป็นสะพานแขวนแห่งแรกในเกาหลี ซึ่งในยามค่ำคืนจะประดับประดาด้วยแสงไฟที่สวยงามทำให้เป็นอีกจุดชมวิวที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้แล้วหาดแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลต่าง รวมทั้งเทศกาลหนังปูซานกันมีชื่อเสียงอีกด้วย ทางด้านของการเดินทางมายัง หาดควันกัลลิ นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย โดยคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดินสายสีเชียวที่วิ่งให้บริการภายในเมืองปูซาน โดยให้คุณมาลงที่สถานี Gwangalli exit จากนั้นเลือกทางออกหมายเลข 5 แล้วต่ออีกด้วยระยะทางไม่ถึง 100 เมตรก็จะพบกับหาดควันกัลป์ลิ อันสวยงามแล้ว

Busan Tower และสวนยงดูซาน (Yongdusan Park) ตั้งอยู่ในตัวเมืองปูซาน และเป็นหนึ่งใน 3 ภูเขาที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ที่มาของชื่อ “ยงดูซาน (Yongdusan)” นั้น มาจากลักษณะรูปร่างของภูเขาที่เหมือนกับหัวมังกร ซึ่งหันหน้าเข้าสู่ฝั่งทะเล เพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูที่มาจากทะเลนั่นเอง ในระหว่างสงครามเกาหลี ผู้อพยพพากันหนีขึ้นมาสร้างบ้านเรือนอาศัยกันบนภูเขา และเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทำให้ต้นไม้บนภูเขาถูกไฟเผาทำลาย จึงมีความพยายามในการฟื้นฟูปลูกต้นไม้ขึ้นมาใหม่ และจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะขึ้นมา บริเวณของอุททยานมีพื้นที่ประมาณ 69,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยสวนสวยที่มีพรรณไม้กว่า 70 สายพันธุ์, ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นในยุคล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น, อนุสาวรีย์ Cheokhwabi, Chunghontap อาคารอนุสรณ์เพื่อลำรึกถึงเหยื่อในสงครามเกาหลี, อนุสาวรีย์ของนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาลในเหตุการณ์ปฏิวัติ 4.19, รูปปั้นของนายพล Lee Susin ผู้บัญชาการทหารที่ดีที่สุดในสมัยราชวงศ์โชซอน (1392-1910) และพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรี นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของปูซานทาวเวอร์ (Busan Tower) ซึ่งเป็นสถานที่นิยมอีกแห่งหนึ่งของปูซาน สำหรับชั้นแรกของหอคอย เป็นบริเวณขายของที่ระลึก และงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมของเกาหลี เช่น มาสก์, พวงกุญแจ, กระเป๋า, เครื่องปั้นดินเผา,

เทศกาลที่สำคัญในเกาหลี : ทุกวันนี้มีประมาณ 400 งานเทศกาลที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม อาหาร งานฝีมือ และศิลปะต่างๆ เทศกาลที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมสูงและเป็นงานที่กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระบุว่าเป็นเทศกาลวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้ค้นพบความตื่นตาตื่นใจ ได้เปิดโลกและได้รับแรงบันดาลใจ เทศกาลในแต่ละเดือนมีดังนี้

เดือนเมษายน

เทศกาลโคมไฟดอกบัว

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล คณะกรรมการจัดงานฉลองวันประสูตรพระพุธทเจ้า

ขบวนแห่โคมไฟดอกบัว, การแสดงระบำพื้นเมืองทางพุธทศาสนา, การประดิษฐ์โคมไฟ

เทศกาลเครื่องดื่มและขนมพื้นเมือง

สถานที่จัดงาน : เคียงจู, เคียงซางบุก-โด

ในงานมีขนมที่ทำจากข้าวและเครื่องดื่มหมักจากทั่วโลก มาบริการนักท่องเที่ยว ทุกคนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วมในการปรุง

มหกรรมอาหารนานาชาติกรุงโซล

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล

มีทั้งเทศกาลอาหารนานาชาติและการปรุงอาหาร นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพิลนไปกับอาหารพื้นเมืองเกาหลี และอาหารจากภาคต่างๆ

เทศกาลภาพยนต์นานาชาติชนจู

สถานที่จัดงาน : ชนจู, ชอลลานัม-โด

เทศกาลภาพยนต์นานาชาติชอนจูเป็นเทศกาลภาพยนต์นานาชาติลำดับที่สามของเกาหลี ต่อจากพูซานและพูซอน ฉายภาพยนต์ทางเลือก, ภาพยนต์ดิจิตอล และภาพยนต์เอเชีย

นอกกระแส

เดือนพฤษภาคม

เทศกาลไฮโซลเฟสติวัล

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล

เทศกาลไฮโซลเฟสติวัลเป็นงานเฉลิมฉลองงานหลักของกรุงโซล ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ในช่วง 10 วันนี้ ชาวเกาหลีและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงโซล จะมารวมตัวกันอยู่ในบริเวณลานโซลพลาซ่า ซึ่งอยู่ด้านหลังของซิตี้ฮอล และที่ประตูควางฮวามุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานวัฒนธรรมที่มีสิ่งน่าสนใจอยู่หลากหลายให้ได้สัมผัสครบทุกรสชาติในเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่งแห่งนี้

เทศกาลวัฒนธรรมพื้นบ้านอินซา-ดง

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล

สัมผัสเทศกาลพื้นบ้านเกาหลีในบริเวณที่คงความพื้นเมืองมากที่สุดในกรุงโซล มีการเต้นรำสวมหน้ากาก การแสดงพิเศษ และการประกวดอาหารเกาหลี

 

เทศกาลชินโด ยองดึง น้ำตกแยก

สถานที่จัดงาน : เกาะชินโดและเกาะโมโด, ชลลานัม-โด

เทศกาลนี้จัดขึ้นทุกปีเมื่อระดับน้ำทะเลลดลง 6 ถึง 7 เมตร น้ำทะเลจะแยกออกจากกันระหว่างเกาะชินโดและเกาะโมโด ชวนให้ระลึกถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในโมเสส

เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียง

สถานที่จัดงาน : ฮัมเปียง-กุน ชลลานัมโด

เทศกาลนี้เป็นเทศกาลการเฉลิมฉลองความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยเหล่าผีเสื้อและแมลงที่มีชีวิตชีวา มีนิทรรศกาลผีเสื้อ ซึ่งมีการศึกษาการบินของผีเสื้อ ตัวอย่างของผีเสื้อและแมลงอื่นๆ

เทศกาลสมุนไพรรักษาโลกแทกู ยังเนียงชี

สถานที่จัดงาน : แทกู

เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ยาของชาวตะวันออก และหาตลาดยาสำหรับยาสมุนไพร มีการตอบคำถามชื่อยาสมุนไพร ตรวจสุขภาพฟรี และมีการจัดแสดงอุปกรณ์การทำยาของชาวตะวันออก

เทศกาลละครใบ้นานาชาติชุนชอน

สถานที่จัดงาน : ชุนชอน, คังวอน-โด

เทศกาลละครใบ้นานาชาติชุนชอนจัดขึ้นสำหรับทุกคน เป็นเทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมที่รวมเอาการละครอย่างสมบูรณ์มาอยู่ในบรรยากาศงานเฉลิมฉลอง การแสดงหลากหลายจัดกันในโรงละครต่างๆ มีทั้งการแสดงจากต่างประเทศ และ Dokkaebi Nanjang "ละครปิศาจก๊อบบลิน" ซึ่งแสดงในวันสุดสัปดาห์บนเกาะวิโด เนื่องจากรูปร่าง

ของเกาะที่เหมือนเม่น จึงเรียกกันอีกชื่อคือ เกาะ Goseumdochi (เกาะเม่น) นักท่องเที่ยวจะจดจำ "ละครปิศาจก๊อบบลิน" นี้ได้ด้วยเพราะเป็นละครพื้นเมือง และนักท่องเที่ยวยังได้อยู่ร่วมในการแสดงบนสนามหญ้าพื้นที่ 330,000 ตารางเมตร

เทศกาลวัฒนธรรมผ้าป่าน ฮานซานรามี

สถานที่จัดงาน : โซเชิน กุน ชุงชองนัม-โด

สีขาวไข่มุกและดูส่งางาม ผ้าป่านเป็นผ้าที่คนจำนวนมากชื่นชอบและใส่ในฤดูร้อน จุดเด่นคือเริ่มขายผ้าป่านตั้งแต่รุ่งสาง การแสดงผ้ารามีชนิดต่างๆ การแสดงทอผ้าป่านและการแข่งขันการออกแบบฮันซันมอซี

 

เทศกาลชาน้ำค้างภูเขาแห่งฮาดง

สถานที่จัดงาน : สำนักงานฮาดง กุน

ชาฮาดงผ่านกรรมวิธีต่างๆ มากมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเด็ด, การนวด การตากแห้ง เชิญเข้าร่วมการเก็บใบชาและคัดเลือกชา

เดือนมิถุนายน

งานเทศกาลฮวารางเทควันโดโลก

สถานที่จัดงาน : จินชอน, ชุงชองบุกโด

งานจัดขึ้นที่ศูนย์กลางของประวัติศาสตร์โบราณ และ จิตวิญญาณดั้งเดิมมของเทควันโดและฮวาราง เพื่อรวบรวมผู้ที่สนใจเทควันโด ทุกคนที่ฝึกเทควันโดจากทั่วโลกจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนี้ เพื่อสร้างมิตรภาพ และความเป็นหนึ่งให้เข้มแข็ง และเข้าถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมของเทควันโด

เดือนกรกฎาคม

เทศกาลหมักโคลนโพเรียง

สถานที่จัดงาน : โพเรียง, ชุงชองนัม-โด

หาดแดเชิน ชาดหาดที่ยาวที่สุดอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาหลีเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลโคลนโพเรียง เป็นประจำทุกปี งานนี่มีทั้งสีสันและรายการที่หลากหลาย โคลนสีดำมีมากจนล้นชายหาดสะอาดบริสุทธิ์ โคลนนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุเจอเมเนี่ยน ช่วยปกป้องผิวและรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด เพื่อเป็นการเติมความสุขของเทศกาล นักท่องเที่ยวจะได้รับโอกาสนวดตัวด้วยโคลนบริสุทธิ์จากทะเล รับประกันได้ว่างานนี้นักท่องเที่ยวจะได้ทั้งความสนุกและความผ่อนคลายในช่วงวันหยุดหน้าร้อนนี้

เทศกาลวัฒนธรรมศิลาดลที่คังจิน

สถานที่จัดงาน : คังจิน, ชลลานัม-โด

เพระภุมิประเทศที่อยู่ติดทะเล อุณหภูมิกำลังพอเหมาะ มีดินเหนียวและฟืนอยู่มาก คังจินจึงกลายเป็นฐานของวัฒนธรรมศิลาดลของเกาหลี ซึ่งเฟื่องฟู่มาก เมื่อ 500 ปีก่อน ในสมันราชวงศ์โคเรียว เทศกาลนี้เริ่มขึ้นในปี 1996 จุดประสงค์ก็เพื่อให้ศิลาดล และมรดกทางวัฒนธรรมอื่นๆ ของเกาหลีเป็นที่รู้จักกันทั้งในและนอกประเทศ โดยทำให้คังจินในฐานะหมู่บ้านเซลาดอน และวิธีผลิตศิลาดลให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ที่งานนี้นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสสนุกและเรียนรู้หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิที่สุดของเกาหลี

 

เทศกาลภาพยนต์นานาชาติเมืองพูชน

สถานที่จัดงาน : พูชน, เคียงกี-โด

พีแฟนเป็นเทศกาลภาพยนต์ที่ไม่ใช่ภาพยนต์แนวตลาด เพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ธุรกิจภาพยนต์ ภาพยนต์แนวสร้างสรรค์และภาพยนต์แนวใหม่จะเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับงานเทศกาลในปีนี้ พีแฟนได้กลายเป็นศูนย์กลางการเปิดตัวภาพยนต์แนวแฟนตาซีนานาชาติสำหรับแฟนหนังเกาหลี เช่นเดียวกับการเปิดตัวภาพยนต์เกาหลีต่อนักวิจารณ์หนังนานาประเทศ นอกจากนี้ เทศกาลนี้ยังช่วยสนับสนุนหนังเหล่านั้นในการก้าวไปเป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยปกติ เทศกาลภาพยนต์นี้จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม  *พูชน เป็นการสะกดแบบเก่าของ บูชน

เดือนสิงหาคม

เทศกาลชมหิ่งห้อยมูจู

สถานที่จัดงาน : มูจู-ชลลาบุก-โด

เทศกาลชมหิ่งห้อยมูจูเป็นงานที่ต้องจัดโดยอาศัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเตือนให้เราเห็นความสำคัญของธรรมชาติ และระบบความสำคัญระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ที่ได้ขาดหายไปอย่างรวดเร็วจากเพื่อนบ้าน เนื่องจากการพัฒนา นักท่องเที่ยวจะได้มาสัมผัสภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจของหิ่งห้อยในค่ำคืนที่สุกสว่างของหน้าร้อน และจะได้รับรู้แก่นสารและจิตวิญญาณของ "เมืองธรรมชาติ" ที่ซึ่งมนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกัน

เดือนกันยายน

เทศกาลซกวิโป ชิลซิมนี

สถานที่จัดงาน : ซกวิโป-ชี, เกาะเชจู

เป็นงานเทศกาลในเชจูที่ประชาชนจะได้สัมผัสกับความงดงามของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเกาะ มีรายการทางิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่ ขบวนพาเหรดซกวิโปชิลซิมนี และกิจกรรมอื่นๆที่นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

เทศกาลโสมคึมซาน

สถานที่จัดงาน : เปียงชาง, ชุงชองนัมโด

เทศกาลนี้จัดแสดงผลิตภัณฑ์โสม พร้อมทั้งยาสมุนไพร และอาหารสุขภาพซึ่งจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์

 

เทศกาลประเพณี เฮียวซก

สถานที่จัดงาน : เปียงชาง, คังวอนโด

เขตบงเพียงเป็นที่รู้จักกันนดีว่าเป็นแหล่งใหญ่ที่ผลิตบักวีท และยังเป็นฉากที่นักเขียนนิยายชื่อดังใช้ในการแต่งเรื่อง "When the Buckwheat Blossoms" ในเดือนกันยายนของทุกปีดอกบักวีทสีขาวจะทำให้ทั้งเขตมีชีวิตชีวา ไปกับเทศกาลที่ยกย่องนักเขียนผู้มีชื่อเสียง นอกจากการแสดงและกิจกรรมที่สืบทอดกันมาแล้วยังมีอาหารอร่อยเพื่อสุขภาพที่ปรุงมาจากบักวีทให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิมด้วย

เดือนตุลาคม

เทศกาลกลองกรุงโซล

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล

เทศกาลศิลปะนานาชาติมีการแสดงเครื่องตีเคาะเป็นหลัก เทศกาลกลองกรุงโซลจัดขึ้นกลางแจ้งเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนตุลาคม บริเวณควางฮวามุน

เทศกาลระบำหน้ากากอันดง

สถานที่จัดงาน : อันดง เคียงซางบุกโด

เทศกาลระบำหน้ากากอันดงจะจัดขึ้นในอันดง ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมขงจื้อของเกาหลี ในปีนี้ มีการแสดงทั้งของเกาหลีและนานาประเทศ ที่หมู่บ้านฮาโฮ ที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของเกาหลี ที่นี่นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมการเต้นรำหน้ากากในป่าสนแล้ว ยังตื่นตาตื่นใจไปกับ ฮาโฮ ซอนยูจุลบุลโนริ ซึ่งเป็นดอกไม้ไฟพื้นเมืองของเกาหลี ที่จุดข้ามท้องฟ้าเวลากลางคืน และคงเหลือไว้เพียงความรู้สึกประทับใจที่ค้างอยู่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยว

เทศกาลศิลปะการป้องกันตัวของโลกที่ชุงจู

สถานที่จัดงาน : ชุงจู, ชุงชองบุกโด

ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จและพัฒนาแตกเคียนให้ก้าวหน้า ศิลปะป้องกันตัวโบราณของเกาหลีจึงถูกกำหนดให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญลำดับที่ 76 เทศกาลศิลปะป้องกันตัวชุงจูเริ่มต้นในปี 1998 ซึ่งเป็นการแข่งขันศิลปะป้องกันตัว ของกลุ่มต่างๆ ในเกาหลี จนในปี 2000 จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เทศกาลศิลปะป้องกันตัวของโลกชุงจู มีการแสดงศิลปะป้องกันตัวหลากหลายรูปแบบจากทั่วโลก ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีกลุ่มศิลปะป้องกันตัวเข้าร่วมมากกว่า 30 สัญชาติ ที่มาแสดงศิลปะป้องกันตัวแบบดั้งเดิมและแบบอื่นๆ และยังมีนิทรรศการอาวุธต่างๆ เหมาะกับนักเรียนจะได้มาศึกษา

 

เทศกาลภาพยนต์นานาชาติพูซาน

สถานที่จัดงาน : พูซาน

ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มจัดได้ไม่นาน เทศกาลภาพยนต์นานาชาติพูซาน ก็เป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนต์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย คลาดคล่ำไปด้วยผู้ทำภาพยนต์ นักแสดง นักวิจารณ์ แฟนๆ และผู้ชมจำนวนมาก เทศกาลนี้จะเน้นหนังเอเชียเป็นหลัก แต่ก็มีภาพยนต์จากทั่วโลก รวมทั้งอเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งทำให้แฟนหนังสามารถเข้าใจมุมมองของแนวทางภาพยนต์ที่สำคัญๆได้ งานนี้มีขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี

เดือนพฤศจิกายน

เทศกาลอาหารเกาหลี

สถานที่จัดงาน : กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

เป็นงานหลักของเทศกาลอาหารในเกาหลี ซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลกมาแสดง มีกิจกรรมที่นำเสนออาหารเกาหลีพื้นเมืองใหม่ๆ รวมถึงวัฒนธรรมของมันด้วย

Visitors: 328,657