เชียงราย เชียงใหม่ เชียงดาว ดอยตุง 3 วัน

กำหนดการเดินทาง

วันแรก        สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย – ดอยตุง – พระตำหนักดอยตุง – สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง – ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ – บ้านผาฮี้ – ร้านกาแฟภูผาฮี้ – ดอยผาฮี้ – เชียงรายไนท์บาร์ซ่าร์

04.30          พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมัคคุเทศก์นำเที่ยวคอยให้การตอนรับท่าน พร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินให้แก่ท่าน

06.30          นำท่านเดินทางโดยสายการบิน ไทยเวียตเจ็ท แอร์ (VZ) เที่ยวบินที่ VZ130

07.55          เดินทางถึง สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รับสัมภาระพร้อมออกเดินทางตามรายการ

นำท่านเดินทางสู่ พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 ออกแบบผสมผสานระหว่างชาเล่ต์ สไตล์สวิส กับสถาปัตยกรรมล้านนา ตกแต่งภายนอกด้วยปีกไม้ ซึ่งเป็นไม้สักขนาดเล็กที่ได้จากการทอนไม้ที่ไม่ได้ขนาดในสวนป่าขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อให้ไม้สักที่เหลือเจริญเติบโตแข็งแรง ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป ภายในพระตำหนักบุผนังด้วยไม้สนจากลังไม้ที่ใส่เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนพื้นเป็นไม้สักทองที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้น้อมเกล้าฯ ถวาย การสร้างพระตำหนักจึงเป็นตัวอย่างของการรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน

นำท่านชม สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) ประกอบไปด้วยสนามหญ้าและสวนดอกไม้ ไม้ประดับลดหลั่นไปตามไหล่เขา บนพื้นที่ราว 30 ไร่ หน้าพระตำหนักดอยตุง ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย ซึ่งเดิม เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญและเป็นที่พักของกองคาราวานฝิ่น น้ำยาทำเฮโรอีน และอาวุธสงคราม แต่ในปัจจุบัน สร้างสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว ตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี ที่ต้องการให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศ ได้เห็นไม้ดอกเมืองหนาว

นำท่านเดินทางเข้าสู่ จุดชมวิวฐานปฏิบัติการดอยช้ามูบ ตั้งอยู่แถวดอยตุงบริเวณเขตชายแดนไทยพม่า เป็นแลนด์มาร์คอีกจุดที่วิวสวยงามสามารถมองเห็นป่าเขา หมู่บ้าน และฐานทัพของพม่าของฝั่งประเทศพม่าได้อย่างกว้างแบบพาโนราม่า

นำท่านเดินทางเข้าสู่ ดอยผาฮี้ อยู่ในอำเภอแม่สายติดกับชายแดนไทยพม่า ชาวเขาเผ่าอาข่าบ้านผาฮี้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการปลูกใบชาและกาแฟ จากชุมชนเล็กๆที่พัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกับการปลูกกาแฟและขายเมล็ดกาแฟ จากนั้นให้ท่านอิสระ จิบชากาแฟที่ร้าน กาแฟภูผาฮี้ ร้านกาแฟหลักสิบแต่วิวหลักล้าน ให้ท่านชมวิวชมหมอกสวยๆที่อยู่ตรงหน้าพร้อมสูดอากาศให้เต็มปอด

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ เชียงรายไนท์บาร์ซาร์ ตลาดนัดยามค่ำคืน ในตัวเมืองเชียงราย ที่มีสินค้าพื้นเมืองของเชียงรายให้จับจ่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ของฝาก สิ่งทอ ของแต่งบ้าน และอาหารพื้นเมือง เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขาและคนพื้นบ้านทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบของชาวเขา ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าลายปักฝีมือชาวเขาที่ชาวเขาจะนำมาจำหน่ายกันเองในราคาที่ไม่แพงนัก มีจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ มีลานเบียร์ ร้านอาหารและการแสดงให้ได้รับชม

เย็น             อิสระอาหารค่ำเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว

ที่พัก           BLUE LAGOON HOTEL หรือเทียบเท่า


วันที่สอง     วัดร่องเสือเต้น – วัดพระแก้ว – วัดห้วยปลากั้ง – วัดร่องขุ่น – อำเภอเชียงดาว – เชียงใหม่

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม วัดร่องเสือเต้น ไฮไลค์ที่สำคัญอยู่ที่พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ จากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย ในการสร้างวัดร่องขุ่นอันเลื่องชื่อ วัดแห่งนี้เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดสลับกับสีทอง อีกหนึ่งความงดงามภายในอุโบสถต้องยกให้องค์พระประธานของที่นี่นั่นคือ "พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ" พระประธานสิงห์หนึ่งสีขาวมุก ขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 6.5 เมตร เด่นเป็นสง่าท่ามกลางสีน้ำเงิน - ฟ้า ของภาพวาดที่อยู่รายล้อม

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ ใจกลางเมืองเชียงราย ปัจจุบันได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 แมัในปัจจุบันจะไม่มีพระแก้วมรกตองค์จริงอยู่ที่นี่ แต่ภายในวัดยังมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุสร้างด้วยศิลปะแบบล้านนาโบราณ เป็นอาคารไม้ ตามจินตนาการของ อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร ภายในมี พระพุทธรัตนากร นวุตติวัสสานุสรณ์มงคล หรือ พระหยกเชียงราย

จากนั้นนำท่านชม วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่บนเขามีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ " พบโชคธรรมเจดีย์" ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลมเป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบไทยล้านนาผสมจีน เชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์

เที่ยง           บริการอารหารกลางวัน

จากนั้นนำท่านชม วัดร่องขุ่น ได้รับการบูรณะออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จากวัดเล็กๆ ซึ่งอยู่ในสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรมนี้ได้กลายเป็นศาสนสถานที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมและงานศิลปะเต็มไปด้วยลวดลายอ่อนช้อยประณีตดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมวัดนี้อย่างคับคั่งตลอดปี ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภอต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง อำเภอเชียงดาวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ภูมิประเทศปกคลุมไปด้วยภูเขาสูง

เย็น             บริการอาหารค่ำ

ที่พัก           CHIANG DAO GOOD VIEW RESORT หรือระดับเทียบเท่า


วันที่สาม   วัดถ้ำเชียงดาว – วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน (วัดบ้านเด่น) – ถ่ายรูปประตูท่าแพ – ตลาดวโรรส – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย – วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร – ชมคาเฟ่ – สนามบินเชียงใหม่ – สนามบินสุวรรณภูมิ

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ อ. เชียงดาว เข้าชม วัดถ้ำเชียงดาว (ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.) เป็นถ้ำที่น่าสนใจถ้ำหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขต อำเภอเชียงดาว ตั้งอยู่เชิงเขาของดอยหลวงเชียงดาว ภายใน แต่ละถ้ำ มีความงามจากการเสกสรรปั้นแต่งของธรรมชาติ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ของหินงอกหินย้อย ที่ก่อให้ เกิด รูปร่างต่างๆเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่สวยงาม บางแห่งเป็นซอกหลืบ เมื่อฉายไฟ จะมีประกายระยิบระยับ สามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆได้มากมาย เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่อยู่ตรงที่มีน้ำใส่ไหลเย็นจากในถ้ำไหล ออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำ เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปีไม่มีเหือดหาย และไหลมารวมกันเป็นสระน้ำมีปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปมา ทำให้ บรรยากาศสดชื่นและยังร่มรื่น ด้วยพันธุ์ไม้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมากและ ตรงหน้าถ้ำนี้เองเป็นที่ตั้งของ วัดถ้ำเชียงดาว

ท่านเดินมางสู่ วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน หรือที่เรียกกันว่า วัดบ้านเด่น เดิมชื่อ วัดหรีบุญเรือง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของ อ.แม่แตง ภายในวัดมีพื้นที่กว้าง และมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่สวยงาม ลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ แต่ก่อนภายในวัดมี ต้นโพธิ์ หรือ ต้นสะหรี ขนาดต่าง ๆ ซึ่งมีความหมายเป็นมงคล จึงได้นำชื่อมาตั้งเป็นชื่อวัด แล้ววัดยังตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสมัยโบราณซึ่งเรียกว่า เมืองแกน ชาวบ้านเลยเรียกชื่อวัดว่า “วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน” นับตั้งแต่นั้นมา ที่ตั้งของวัดอยู่บนเนินมองเห็นวิวภูเขาที่อยู่รอบๆ ปัจจุบันวัดบ้านเด่น เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวมาแวะชมเป็นจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในโปรแกรมทัวร์ของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเชียงใหม่ อาทิ พระวิหารหลังใหญ่บริเวณหน้าวัด บันไดนาคคู่ พระนอนองค์ใหญ่ พระมหาเจดีย์นักษัตร 12 ราศี เป็นวัดที่มีความสวยงามอย่างมาก

นำท่านเช็คอินแลนด์มาร์ค ที่ไม่ว่าใครจะมาเชียงใหม่ก็ต้องมาเช็คอินพร้อมกับถ่ายรูป โพสท่าชิคๆที่ ถ่ายรูปประตูท่าแพ หรือชื่อเดิม ประตูเชียงเรือก เป็นประตูทางทิศตะวันออก และเป็น 1 ใน 5 ประตูเมืองชั้นในของเวียงเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นประตูเมืองเพียงแห่งเดียวที่มีบานประตู (หมายเหตุ : ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกโปรแกรมนี้ในกรณีที่ถนนปิด หรือมีการจัดงาน)

เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน

                  นำท่านสู่ ตลาดวโรรส หรือกาดหลวง ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนานมานับร้อยปี นักท่องเที่ยวหรือคนเชียงใหม่เอง ก็จะต้องมาจับจ่ายหาซื้อข้าวของกันยังกาดหลวงแห่งนี้ ตลาดแห่งนี้ยังมีสินค้าต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาหาซื้อของฝากกันเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อจำพวกไส้อั่ว แหนม น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้แปรรูป นอกจากนี้ยังมีแหล่งรวมอาหารพื้นเมืองราคาถูกอีกมากมาย

นำท่านเดินทางสู่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทย และปูชนียบุคคลที่ชาวเชียงใหม่เคารพศรัทธา มาจนถึงปัจจุบันโดยเรื่องราวของครูบาศรีวิชัยนั้นมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่เป็นอย่างมากเนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการฟื้นฟูวัดวาอาราม โบราณสถานต่างๆ ในแถบภาคเหนือ ที่ทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเส้นทาง ขึ้นดอยสุเทพ ที่ทำให้เรามีโอกาสได้ขึ้นไปชื่นชมความงามของธรรมชาติและกลิ่นอายแห่งอารยธรรมล้านนาในทุกวันนี้ นอกจากนี้หลายคนยังเชื่อกันว่า เพียงได้มาไหว้ครูบาศรีวิชัยก็เสมือนได้กราบสักการะพระบรมธาตุเลยทีเดียว

                 นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 เมื่อถึงแล้วสามารถเดินทางขึ้นชมได้ 2 ทาง คือ เดินขึ้นบันไดนาค 300 ขั้น และทางรถราง (หมายเหตุ : รวมค่ารถรางราคาขึ้น/ลง) ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณสิบกว่ากิโลเมตรใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดแห่งนี้ถือเป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ ถ้าหากใครที่มาเยือนเมืองเชียงใหม่แล้วไม่ได้ขึ้นไปนมัสการถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

นำท่านเช็คอินคาเฟ่สวยๆ ชมคาเฟ่ หลังจากถ่ายรูปมาเหนื่อยๆร้อนๆ ให้ท่านได้พักจิ๊บกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมเค้กพร้อมกับสัมผัสอากาศเย็นสบายภายในคาเฟ่ มีการตกแต่งประหนึ่งว่าท่านกำลังอยู่ในพงไพร มีการจำลองน้ำตก และการตกแต่งสวนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อท่านมาถึง มีจุดถ่ายรูปที่เรียกได้ว่า

18.00          ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่สนามบินเชียงใหม่

20.20          นำท่านเดินทางโดยเที่ยวสายการบิน ไทย เวียตเจ็ท แอร์ (VZ) เที่ยวบินที่ VZ121

21.40          เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

** ขอขอบพระคุณที่เลือกใช้บริการ **


อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

ราคาทัวร์ผู้ใหญ่/เด็ก

ห้อง 2-3 ท่าน

พักเดี่ยวเพิ่ม

06 – 08 พฤษภาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

07 – 09 พฤษภาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

13 – 15 พฤษภาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

14 – 16 พฤษภาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

17 – 19 พฤษภาคม 2564

(จ.-พ.)

8,999

2,500

20 – 22 พฤษภาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

21 – 23 พฤษภาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

27 – 29 พฤษภาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

28 – 30 พฤษภาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

03 – 05 มิถุนายน 2564

(พฤ.-ส.)

11,999

2,500

04 – 06 มิถุนายน 2564

(ศ.-อา.)

11,999

2,500

10 – 12 มิถุนายน 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

11 – 13 มิถุนายน 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

14 – 16 มิถุนายน 2564

(จ.-พ.)

8,999

2,500

17 – 19 มิถุนายน 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

18 – 20 มิถุนายน 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

21 – 23 มิถุนายน 2564

(จ.-พ.)

8,999

2,500

24 – 26 มิถุนายน 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

25 – 27 มิถุนายน 2564

(ศ.-อา.) 

10,999

2,500

01 – 03 กรกฎาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

02 – 04 กรกฎาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

08 – 10 กรกฎาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

09 – 11 กรกฎาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

12 – 13 กรกฎาคม 2564

(จ.-พ.)

8,999

2,500

15 – 17 กรกฎาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

16 – 18 กรกฎาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

22 – 24 กรกฎาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

23 – 25 กรกฎาคม 2564

(ศ.-อา.)

10,999

2,500

24 – 26 กรกฎาคม 2564

(ศ.-อา.)

12,999

3,000

29 – 31 กรกฎาคม 2564

(พฤ.-ส.)

9,999

2,500

*ราคาข้างต้นเป็นราคาที่ตั๋วเครื่องบินวันที่ทำการเช็คเมื่อว้นที่ 25 มีนาคม 2564*

*และอาจมีการเปลี่ยนแปลงไฟล์ทบินที่ใกล้เคียงแทน*

* กรณีพัก 3 ท่าน/ห้อง ทางโรงแรมจะทำการเสริมเตียงได้เท่านั้น *

** ราคาทัวร์นี้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 500 บาท/ท่าน **

***ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยวท่านละ 400 บาท /ทริป/ต่อท่าน***

ไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินหักจากราคาทัวร์ข้างต้น 2,000 บาท

การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวนขั้นต่ำ 6 ท่าน/กรุ๊ป กรณีผู้โดยสารไม่ครบตามจำนวนดังกล่าว

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา

ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบินมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทและค่าน้ำมันที่ไม่คงที่ อาจมีการปรับราคาค่าโดยสารของสายการบินเพิ่มเติม

จากราคาที่กำหนด และทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน หรือสายการบิน โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก

อัตราค่าบริการนี้รวม

-น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง Carry on 7 กิโลกรัม

-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว

-ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับพร้อมคณะ ที่นั่งเป็นไปตามการจัดสรรของสายการ

-ค่ารถบัสปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)

-ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ

-ค่าอาหารตามที่รายการระบุโดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

-ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2-3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่พัก 3 ท่าน เป็นการนอนเตียงเสริม 1 ท่าน) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

-ค่าจ้างไกด์นำเที่ยวคอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

-ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

-ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

-ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท

-ค่าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง 380 บาท/15 กิโกลกรัม/เที่ยว

-ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยว ท่านละ 400 บาท


เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

1.      นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำค่าทัวร์ เป็นจำนวน 6,000 บาทต่อท่าน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อสำรองที่นั่ง

2.   นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ

3.   การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

Visitors: 634,119