ทัวร์ไต้หวัน

ไต้หวัน

 

ไม่ใช่แค่เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เท่านั้น แต่มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ วัฒนธรรมของคนไต้หวันเองที่ประกาศเต็มปากเต็มคำว่าพวกเขาเป็น "คนไต้หวัน" ไม่ใช่คนจีน พวกเขาพูดภาษาไต้หวัน (Taiwanese) ไม่ใช่ภาษาจีนกลาง(Mandarin)ของจีนแผ่นดินใหญ่ นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับหลายประเทศ รวมทั้งไทยเรา ที่กำลังถูกรุกรานด้วยวัฒนธรรมทางภาษาของคนชาติอื่น

ไต้หวัน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

 

สภาพภูมิอากาศ : เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภุมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเลจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจจะมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตรขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

 

เขตเวลามาตรฐานของใต้หวัน : เวลาในประเทศไต้หวัน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

 

ประชากรและวัฒนธรรม: 23.4 ล้านคน (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2558) ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่น โดยมีชาวเขาพื้นเมืองที่สำคัญ 14 เผ่า ได้แก่ Ami, Atayal, Paiwan, Bunun, Puyuma, Rukai, Tsou, Saisiyat, Yami, Thao, Kavalan, Truku, Sakizaya และ Sediq

 

ฟิล์มและกล้องถ่ายรูปภาษา : ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

 

 

ภาษา : ใช้ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

 

เงินตรา : ใช้สกุลเงิน เหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NTD) 35.06 NTD = 1 USD หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาท

 

ระบบไฟฟ้า : ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

 

การใช้โทรศัพท์ : รหัสโทรทางไกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ (รหัสประเทศไทย 66) + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์

 

การให้ทิป : การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

 

อาหารการกิน : เครื่องปรุงมักจะได้มาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารป่า ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ และ ความสดของส่วนประกอบ ยกตัวอย่าง อาหารพื้นเมือง ก็จะมีพวก เนื้อหมูป่าย่าง นกเสียบไม้ย่าง ผักสมุนไพรจากป่านำมาทอด เหล้าหมักข้าวฟ่าง ประเพณีการรับประทานอาหารแบบพื้นเมืองนี้ คนไต้หวันถือว่าเป็นการรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของไต้หวัน ตัวอย่างเมนูอาหารแบบพื้นเมือง เช่น ลูกท้อ, ชา, แป้งห่อเนื้อหมูทอด, ไก่งวง, ดอกบัว, ก๋วยเตี๋ยวปลาไหลทอด, ปลาโอ เมนูอาหารทั่วๆ ไป เช่น ซุปปลาหมึก, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก, ไก๋ตุ๋นน้ำมันงา, บะหมี่เนื้อตุ๋น, อาหารแบบหม้อซุปร้อนรสจัด และ อาหารแบบฮากกาหรืออาหารของจีนแคะ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ไส้กรอกหมูเปรี้ยว ทอดกับขิงคลุกให้เข้ากัน และแป้งห่อข้าวเหนียวกับขิง ทอดแป้งจนมีสีน้ำตาลแดง

 

รายการช้อปปิ้ง

    -โปสการ์ด 3 มิติ ที่ใช้ประกอบเป็นโมเดลแบบต่างๆ

    -ขนมต่างๆ เช่น พายสับปะรด หรือ เค้กสับปะรด, โมจิแบบต่างๆ, ไข่เหล็ก (Iron Egg), บ๊วยเค็มหลากชนิด เป็นต้น

    -ใบชาต่างๆ ที่นิยมซื้อกันจะเป็นชาอู่หลง ชาจีน และชากลิ่นมะลิ

    -กล้อง วิทยุ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคต่างๆ

    -เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย

    -สินค้าประเภทอุปกรณ์กีฬา

 

เทศกาลสำคัญ : เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของจีน : เทศกาลนี้นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ถือเคล็ดกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ควรจะเป็นของใหม่ทั้งหมด เพื่อนำพาโชคลาภ และต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต ชาวจีนจะทำความสะอาดบ้านเรือน และตกแต่งบ้านให้สวยงาม ด้วยผลไม้และสิ่งของที่เป็นศิริมงคล และแปะกระดาษแดงเขียนตัวอักษรจีน ที่หมายถึงความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและชีวิตที่ยืนยาว เอาไว้บนผนัง เพื่อความเป็นสิริมงคล ทุกคนจะตัดผม และสวมเสื้อผ้าใหม่ หากมีหนี้สินก็จะชำระให้หมด ส่วนเจ้านายก็จะจ่ายโบนัสพิเศษให้กับลูกน้อง ผู้คนจะซื้อของขวัญ เพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติมิตร

 

เทศกาลโคมไฟไต้หวัน :เทศกาลโคมไฟ หรือว่า วันหยวนเซียว) คือวันที่ 15 ของเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือที่เรียกกันว่า ชูสืออู่ นั่นเอง คำว่า หยวน มีความหมายว่า แรก ส่วนเซียว แปลว่า กลางคืน จึงใช้เรียกคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีหลังผ่านพ้นตรุษจีน คล้ายกับเป็นวันตบท้ายเทศกาลตรุษจีนแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 12 ก.พ. 2549 สำหรับคืนสำคัญนี้ มีประเพณีว่า ชาวจีนจะต้องรับประทานบัวลอยกันในครอบครัวและออกไปชมโคมไฟที่จะนำมาประดับประดากันอย่างสวยงาม ดังนั้น จึงมีการเรียกเทศกาลนี้อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ

 

 

เทศกาลไหว้ขนมจ้าง :วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏทินของจีน ชาวจีนเรียกว่า ตวนหวู่เจ๋เป็นเทศกาลสำคัญหนึ่งในสามของชาวจีน อีกสองเทศกาลได้แก่ ตรุษจีนและไหว้พระจันทร์ เป็นเทศาลที่ไหว้เจ้าด้วยขนมจ้าง ขนมจ้างนี้ คนจีนเรียกว่า โจ้งจื่อแม่บ้านที่มีฝีมือจะลงมือทำขนมจ้างเอง เรียกว่า เปาโจ้งจื่อ

 

เทศกาลไหว้พระจันทร์ :สำหรับในไต้หวัน ในคืนไหว้พระจันทร์ สมาชิกทุกคนในครอบครัว จะกลับมาบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน แล้วก่อไฟตั้งวงที่ดาดฟ้าหรือหน้าบ้าน ย่างเนื้อ พืชผักทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ดังนั้นในวันนี้ ไม่ว่าจะในตลาดสด ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้าหรือห้างขายส่งขนาดใหญ่ จะมีลูกค้าไปอุดหนุนอย่างเนืองแน่น เพื่อซื้อหาอาหารนำไปย่างทานกัน

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Jiufen Old Street เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น

จิ่วเฟิ่น เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขา สิ่งปลูกสร้างของที่นี่ส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลมาจากประเทศญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

มีแรงงานชาวญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่ ตั้งแต่ปี 1990 จิ่วเฟิ่นเป็นที่เที่ยวที่บูมมากๆของไต้หวัน เพราะการเดินทางสะดวก และยังมีอะไรน่าสนใจมากมายเช่น คาเฟ่สไตล์ retro อารมณ์ไต้หวันนิดๆ ญี่ปุ่นหน่อยๆ อธิบายยากครับ ต้องมาดูเอง และยังมี บ้านน้ำชา ร้านขายของ Hand-made สวยๆ และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ…. “วิวอันงดงามของภูเขาและทะเล

 

 Ximending ซีเหมินติง ย่านช็อปปิ้งของคนไต้หวัน

Ximending ซีเหมินติงเป็นย่านช็อปปิ้งที่คนไต้หวันชอบไปมากที่สุด และซีเหมินติงก็ยังเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชอบไปมากที่สุดเช่นกันเด็กวัยรุ่นไต้หวันก็ชอบไปรวมตัวกันที่นั่น และยังมีคนที่มีความสามารถในด้านต่างๆไปแสดงโชว์แถวนั้นด้วย ทำไมคนถึงชอบไปซีเหมินติงจัง?เพราะซีเหมินติง มีทั้งร้านอาหารอร่อยๆมากมาย ร้านนั่งดื่มชิวๆ คาราโอเกะ โรงหนัง ร้านขายของอีกเยอะโคตร มีทั้งห้างใหญ่ๆ ไปจนถึง โชว์ห่วยเล็กๆคือ ซีเหมินติงรวมสิ่ง เอ็นเตอร์เทน ทุกอย่างไว้หมดแล้วใครมาไต้หวัน แล้วอยากช็อปปิ้ง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ ของฝาก เราก็แนะนำให้มาซื้อที่นี่เลย

Sun Yat-sen Memorial Hall อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน

อนุสรณ์สถานของ ดร.ซุน ยัตเซน เป็น อนุสรณ์สถาน ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามเป็นอันดับต้นๆของโลกแสดงให้เห็นถึงความ เคารพ และ ศรัทธา ของคนไต้หวันที่มีต่อ ท่าน ดร.ซุน ยัตเซนและข้างในยังมีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวประวัติของท่านอีกด้วยคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่เพราะว่าอยากจะมาชื่นชมความสวยสดงดงามของ อนุสรณ์สถานและ ยังสามารถเห็นตึกที่สูงที่สุดในไต้หวัน Taipei 101 ได้จากที่นี่อีกด้วย

 

วัดหลงซาน Longshan Temple

วัดหลงซาน Longshan Temple เป็นวัดที่มีคนไต้หวันนับถือเป็นจำนวนมาก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1738 แต่ยังดูใหม่ๆอยู่เลย เพราะเขาดูแลดีมากคนส่วนใหญ่ที่ไปไหว้ ก็จะขอพร เรื่องของ การงาน การเรียน ค.รักกกกก บางคนได้ยินคำว่าความรักแล้ว หูผึ่งง !! 555มีคนไปขอเรื่องค.รักเยอะมากกก ถ้าใครที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเรื่องค.รัก แนะนำให้ไปเลย นอกจากคนไปกราบไหว้บูชาแล้วยังมีนักท่องเที่ยวไปชื่นชมความงดงามของวัดโบราณแห่งนี้เยอะมาก

 

Taipei 101

ตึกไทเป 101 เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกรุงไทเปเลยก็ว่าได้ ด้วยความสูง 508 เมตรและเป็นตึกที่สูงที่สุดในเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก (1/10/2558) เลยทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตประจำกรุงไทเปที่มีชื่อว่าไทเป 101 เพราะตึกมี 101 ชั้น และเปิดให้คนขึ้นไปชมวิวรอบเมืองไทเปจากชั้นด้านบนได้ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวัน หรือ ตอนกลางคืน วิวเมืองไทเปก็ไม่เป็นรองเมืองไหนในโลกครับ

 

Chiang Kai-Shek Memorial Hall อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค เป็นที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของเมืองไทเปเลยก็ว่าได้เพราะ มีการจัดระเบียบสถานที่ได้ดี และก็มีความสวยงามเป็นอย่างมากอนุสรณ์สถานล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะที่มีการตกแต่งสวยงาม และอาคารใหญ่ๆขนาบซ้าย ขวาก็คือ National Theater และ National Concert Hall

 

Shilin Night Market ถนนคนเดินซื่อหลิน

Shilin Night Market ถนนคนเดินซื่อหลิน เป็นถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในไทเป และมีของเยอะที่สุดด้วยครับมีของใช้ ของกิน เยอะแยะมากมาย และ ราคาไม่แพง เพื่อนๆคงรู้จัก ไก่ทอด Hot Star ที่ไปขายที่เมืองไทยที่ซื่อหลินก็มีถึงสองสาขาด้วยกัน และราคาแค่ชิ้นละ 70NT ถูกกว่าไทยที่ขายในราคา 139 บาท และซื่อหลินยังมีร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลายร้าน ให้เพื่อนๆไปลองทานกันครับ

 

Shi-Da Night Market ถนนคนเดินซือต้า

Shi-Da Night Market ถนนคนเดินซือต้า เป็น ถนนคนเดินที่อยู่ติดกับมหาลัย ซือต้า มหาลัยท็อปเท็นของไต้หวันถนนคนเดินซือต้าจึงเป็นที่ๆเด็กมหาลัยชอบมาเดินกัน ถนนคนเดินซือต้าเลยขายของวัยรุ่นซะส่วนใหญ่ถนนคนเดินซือต้ามีของกินอร่อยๆเยอะเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นของคราว ของหวานมีหมด สุดยอดทั้งนั้น

 

อิงเกอ(Yingge) เมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผา

อิงเกอ เป็นเมืองที่มีโรงงานทำเครื่องปั้นดินเผาหลายร้อยแห่งอิงเกอ เป็นเมืองที่อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไทเป เดินทางจากไทเปไปสะดวกมาก นั่งรถไฟไปครับที่อิงเกอมีที่น่าสนใจไปก็คือ พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา และ ถนนช็อปของ Handmadeเพื่อนๆสามารถไปลองลงมือปั้นดินเผาได้ด้วยตัวเองด้วย

 

Tamsui Fisherman’s Wharf ท่าเรือตั้นสุ่ย

ตั้นสุ่ย เป็นเมืองริมทะเลของของเกาะไต้หวัน และเป็นที่ๆเหมาะที่สุดในการดูพระอาทิตย์ตกดินแถวนั้นยังมี ถนนคนเดิน มีขายอาหารทะเลอร่อยๆมากมาย เช่น ปลาหมึกทอด และยังมีขายของ Hand-made สวยๆสะพานที่เราเห็นในรูปภาพข้างบนคือ Lover Bridge of Tamsui สะพานแห่งความรักตั้นสุ่ยเลยเป็นอีกที่นึงที่ Taiwan’n’I แนะนำให้เพื่อนๆไปกันครับ

 

Visitors: 328,654